เพลงนี้เกิดจากความอึดอัดของผู้แต่งที่ได้เห็นผู้ชายบางกลุ่มใช้ “ภาพลวงตา” มาหล่อเลี้ยงอีโก้ตัวเอง
ทำทรงเป็น alpha ทำตัวเป็นเสือผู้หญิง อวดว่ามีคนรุม มีคนชง มีคนคลั่ง
ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งหมดเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อกลบความว่างเปล่าข้างใน
DELUSIONAL FLEX ไม่ได้ด่าเพราะความเกลียด
แต่มันคือการ “กระชากหน้ากาก” ของคนที่เอ าผู้หญิงมาเป็นเครื่องประดับศักดิ์ศรี
เอาคำพูด โม้ เรื่องเล่า และโซเชียลมาแทนคุณค่าที่ตัวเองไม่มี
ผู้แต่งอยากถ่ายทอดให้ผู้ฟังเห็นว่า
ความเท่ที่แท้จริงไม่ต้องอวด
ของจริงไม่ต้องพูดดัง
และคนที่เห่าเสียงดังที่สุด
มักเป็นคนที่กลัวความจริงที่สุด
เพลงนี้คือเสียงสะท้อนของยุคที่ใครๆ ก็สร้างตัวตนปลอมได้
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะหนีความจริงของตัวเองพ้น
DELUSIONAL FLEX
คือดิสส์ถึง “ภาพลวงตา”
และคือคำเตือนว่า
ถ้ายังหลอกตัวเองอยู่… ต่อให้พูดว่าตัวเองเท่แค่ไหน
สุดท้ายมันก็เป็นแค่เรื่องที่ คิดไปเอง
เพลง DELUSIONAL FLEX ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพลงดิสส์ทั่วไป แต่เป็นเสียงสะท้อนที่ชวนให้ผู้ฟังได้หยุดคิดถึงความจริงภายในตัวเอง ในยุคที่โซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ได้ง่าย การที่บางคนทำตัวเหมือน "alpha" หรือเสือผู้ชาย ทั้งๆ ที่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา คือเรื่องที่ผู้แต่งต้องการเปิดโปง จากประสบการณ์ส่วนตัว การพบเจอคนที่พยายามอวดอ้างเกินจริงบนโลกออนไลน์ทำให้รู้ว่าความมั่นใจที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การพูดมากหรือการอวดอ้าง แต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจและการรับรู้ตัวตนของตัวเอง เพลงนี้จึงเหมือนคำเตือนว่า ใครที่ยังใช้คำพูดหรือภาพลวงตาหล่อเลี้ยงความเท่ของตัวเองจนเกินเหตุ นอกจากจะไม่ได้รับความเคารพจริงๆ แล้วยังเสี่ยงถูกเปิดโปงในท้ายที่สุด คำและภาพจากอักษรบนภาพในเพลง เช่น "ปากโม้เหมือน king แต่ชีวิตจริง zero" และ "ทําทรงหล่อ alpha แต่สันดาน beta" ช่วยเติมเต็มความหมายว่าคำพูดหรือภาพลักษณ์ที่ดูดีไม่ได้บ่งบอกถึงตัวตนจริงๆ ของคนคนนั้น นี่คือความเห็นส่วนตัวที่อยากแชร์กับคนฟังเพลงนี้เพื่อให้มองเห็นคุณค่าที่แท้จริงจากภายใน ไม่ใช่จากการอวดอ้างภายนอก ท้ายที่สุด เพลง DELUSIONAL FLEX จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การเสียดสี แต่เป็นการสะท้อนสังคมยุคปัจจุบันที่ใครๆ ก็สร้างภาพลวงตาได้ง่าย เพื่อให้เราหันมามองและรู้สึกถึงความสำคัญของความจริงใจและการอยู่กับตัวตนที่แท้จริง

