ห้ามเหยียบเสนาสนะทั้งที่เท้าเปียก
สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะ (ที่อยู่อาศัย) ด้วยเท้าที่เปียก. เสนาสนะเสียหาย. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระองค์ตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมีเท้าเปียก ไม่พึงเหยียบเสนาสนะ ผู้ใดเหยียบ ผู้นั้นต้องอาบัติทุกกฏ."
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยศึกษาธรรมะและอยู่ใกล้ชิดกับวัด ทำให้เข้าใจว่าการรักษาเสนาสนะให้สะอาดและสมบูรณ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเสนาสนะไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยของภิกษุสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมและสร้างสมาธิ เมื่อเท้าเปียกก่อนเหยียบเสนาสนะ จะทำให้เกิดความชื้นและความเสียหายแก่พื้นและวัสดุต่าง ๆ ซึ่งในสมัยก่อนวัสดุที่ใช้สร้างเสนาสนะมักจะเป็นไม้หรือวัสดุธรรมชาติที่อาจเน่าเสียได้ง่าย การเหยียบเท้าเปียกจึงเป็นการทำลายสถานที่โดยไม่ตั้งใจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนวัด การปฏิบัติตามคำสอนนี้จึงช่วยรักษาความบริสุทธิ์และสภาพแวดล้อมของเสนาสนะให้ดีอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงความเคารพแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแก่ผู้ปฏิบัติธรรมที่มาพำนัก จึงแนะนำให้ทุกคนที่เข้าไปในบริเวณที่พักของภิกษุสงฆ์หรือสถานปฏิบัติธรรม ตรวจสอบความสะอาดและความแห้งของเท้าก่อนเข้าไป เพื่อช่วยรักษาสภาพเสนาสนะให้อยู่ในสภาพดีและเป็นการสืบสานคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ข้อควรระวังง่าย ๆ เช่นนี้ กลับมีความสำคัญอย่างยิ่ง และทำให้เราเห็นคุณค่าของการดูแลสิ่งแวดล้อมในบริบททางศาสนาอย่างลึกซึ้ง














