#freedive
ถ้าเพิ่งเริ่มสนใจ “การดำน้ำแบบ freedive” ของเรา แนะนำให้เริ่มจากทำความเข้าใจก่อนว่า freedive คือการกลั้นหายใจแล้วลงไปสำรวจใต้น้ำ โดยไม่ใช้ถังอากาศ จุดที่ต่างจากดำน้ำแบบ scuba คือเราอาศัยการควบคุมลมหายใจ ความผ่อนคลาย และเทคนิคการเคลื่อนไหวให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด สิ่งแรกที่อยากย้ำสำหรับมือใหม่: ควรเรียนกับครู/คอร์สพื้นฐานก่อนจริง ๆ เพราะในคอร์สจะสอนเรื่องความปลอดภัย (safety) ที่สำคัญมาก เช่น การดำน้ำเป็นคู่ (buddy system) วิธีช่วยเหลือเมื่อมีอาการหน้ามืดหรือหมดแรง รวมถึงการประเมินสภาพน้ำ กระแส คลื่น และการตัดสินใจ “ไม่ลงน้ำ” เมื่อไม่พร้อม อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับ freedive (แบบพื้นฐานที่เราใช้บ่อย) - หน้ากาก (mask) เลือกที่พอดีหน้า ไม่รั่ว และมี volume ไม่สูงมากจะเคลียร์ง่าย - ท่อหายใจ (snorkel) เอาไว้พักหายใจที่ผิวน้ำ - ตีนกบ (fin) มือใหม่ใช้แบบยาง/สั้นก่อนก็ได้ คุมง่าย ไม่ล้าไว - ชุดกันหนาว (wetsuit) แล้วแต่สถานที่ ถ้าน้ำเย็นจะช่วยให้อยู่ได้นานและไม่หนาวสั่น - เข็มขัดตะกั่ว (weight belt) ใส่เมื่อเริ่มคุมการลอยตัวได้แล้ว ไม่แนะนำปรับเองแบบมั่ว ๆ ทริคที่ช่วยให้ดำน้ำได้ “สบายขึ้น” ที่เราใช้จริง 1) โฟกัสที่การผ่อนคลายมากกว่ากลั้นให้นาน: ก่อนดำน้ำให้หายใจช้า ๆ ลึกพอดี ไม่ต้องหอบ ไม่ต้อง hyperventilate เพราะเสี่ยงมาก 2) ฝึกเคลียร์หูก่อนลงลึก: ปัญหายอดฮิตของ freedive คือเคลียร์หูไม่ทัน เจ็บหู แล้วต้องรีบขึ้น ให้เคลียร์ตั้งแต่เริ่มกดหัวลง และเคลียร์ถี่ ๆ ถ้าเคลียร์ไม่ออกให้หยุด/ขึ้นทันที 3) ท่าลงน้ำและการเตะ: พยายามยืดตัวให้ streamlined เตะช้าแต่ยาว ลดการแกว่งแขน จะประหยัดแรงและอากาศ 4) พักที่ผิวน้ำให้พอ: หลังขึ้นจากรอบหนึ่ง ให้พักหายใจปกติสักพักก่อนลงรอบถัดไป อย่าลงถี่เกิน ข้อควรระวังสำคัญสำหรับการดำน้ำแบบ freedive - ห้ามดำน้ำคนเดียว - ห้ามฝืนเมื่อมีอาการเวียนหัว แน่นหน้าอก ชา หรือหายใจไม่ปกติ - หลีกเลี่ยงการแข่งกลั้นหายใจเล่น ๆ โดยไม่มีผู้ดูแล - ตรวจสภาพทะเล/สระ และรู้ขีดจำกัดตัวเองทุกครั้ง ถ้าคุณอยากเริ่มแบบเป็นขั้นตอน ลองตั้งเป้าง่าย ๆ ก่อน เช่น ฝึกลอยตัว/ผ่อนคลายที่ผิวน้ำให้ชิน ฝึกเคลียร์หูในน้ำตื้น แล้วค่อยเพิ่มความลึกทีละนิด พอพื้นฐานแน่นแล้ว freedive จะสนุกและปลอดภัยขึ้นมากค่ะ





































