เป้าหมายของ Freediver ทุกคน อาจไม่ใช่การเป็นนักกีฬา ปุงก็เช่นกันค่ะ 💪🏽
.
ปุงตั้งใจจะทำโรงเรียนฟรีไดฟ์ที่ไม่ได้สอนแบบ ”ฝึกทหาร“ 💂♂️
อยากให้ทุกคนได้ลอง ทำไปเรื่อยๆ จนไปเจอความสนุกที่ทำให้เราอยากไปต่อ
มันเลยไม่จำเป็นว่าเราต้องลงได้ลึกๆ กลั้นหายใจได้นานๆ
ถามว่าถ้าตัวเลข PB เยอะขึ้นมันสนุกมั้ย มันสนุกแน่นอนอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่ทุกอย่างของ Freedive เลย😬
.
มีเป้าหมายเท่ๆ ที่ปุงเจอจากนักเรียนหลายคนมาแชร์ให ้ฟัง เช่น
- อยากลงไปดูนีโม่ตื้นๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้คนยันลงไป
- อยากดำน้ำเป็นตัวอย่างให้ลูกสาวดู เพราะอยากให้ลูกเลิกกลัวน้ำ
- อยากเป็นนางแบบ อยากถ่ายรูปใต้น้ำ
- อยากเจอวาฬ และสัตว์ใหญ่สักครั้ง
- อยากไปดำน้ำด้วยกันทั้งครอบครัว แบบไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
👉🏻ไม่มีใครอยากลงลึกๆ หรือกลั้นหายใจได้นานๆ เลย
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นปุงจะแนะนำครูท่านอื่นให้ค่ะ 555+ 🤣
.
🧜🏽♀️ อย่างตัวปุงเองตอนไปแข่ง ปุงก็ไม่ได้อยากจะเป็นนักกีฬาที่ถือสถิติอะไร ไม่งั้นจะเลือกใส่หางเงือกทำไม 5555+ ปุงแค่อยากรู้ว่ามันจะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ ถ้าเราเป็นเงือก และเราเองจะเรียนรู้อะไรระหว่างทางบ้าง ทั้งวินัย การฝึกซ้อม การยอมรับใบแดงใบแรกของชีวิต
ปุงเป็นแค่คนธรรมดาที่ใส่หางเงือกดำน้ำได้เฉยๆ
.
เราจะเลือกนิยาม ตัวเองเป็น Freediver แบบไหน เป้าหมายที่จะไปต้องก้าวข้ามอะไรบ้าง ชนะหรือแพ้อะไรบ้าง คุณคือคนที่ตอบตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ
แล้วไว้เจอกับปุงในโลกที่ต้องกลั้นหายใจค่ะ
มะปุง #DeepFinder #Freediving
ปล. อยากแข่งอีกนะ พลังมันพุ่งพล่านดี🤣
ปล.2 คอนเทนต์นี้เขียนเอง ไม่ได้ใช้ AI
ในประสบการณ์ของผมกับการเริ่มต้นฝึก Freediving สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ การดำน้ำลึกหรือกลั้นหายใจนานๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายหลักของทุกคน ความสุขในการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ใต้น้ำที่เงียบสงบ และการได้เรียนรู้จากร่างกายตัวเองนั้นมีค่ามากกว่าการทำลายสถิติส่วนตัวเสียอีก ผมเองก็มีเป้าหมายเล็กๆ อย่างการดำน้ำลงไปดูปลาเล็กๆ ใต้น้ำด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น หรือแม้แต่การพาลูกของผมไปดำน้ำเพื่อให้เขาได้รู้จักและไม่กลัวน้ำ นี่คือสิ่งที่เติมเต็มหัวใจและทำให้ผมรัก Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ การฝึกซ้อมที่ไม่ได้เร่งรีบหรือทำเหมือนฝึกทหาร แต่เป็นการค่อยๆ เรียนรู้และสัมผัสความรู้สึกของตัวเองขณะอยู่ในน้ำ ช่วยให้ผมค้นพบวินัย ความอดทน และความอ่อนโยนต่อร่างกายของตัวเองอย่างแท้จริง อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจคือช่วงที่ได้ใส่หางเงือกดำน้ำ ซึ่งช่วยเสริมความสนุกและจินตนาการได้เป็นอย่างดี แม้ว่าผมจะไม่ได้มีทักษะกลั้นหายใจยาวๆ หรือดำน้ำลึกเหมือนนักกีฬามืออาชีพก็ตาม แต่ก็ทำให้รู้ว่าการเป็น Freediver ไม่จำเป็นต้องมีนิยามเดียว เป็นเพียงการเรียนรู้ความสุขและความสงบในโลกใต้น้ำตามสไตล์ของแต่ละคน สุดท้ายนี้ ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองเปิดใจมอง Freediving ในมุมของความสนุก ความท้าทายที่เหมาะสมกับตัวเอง และเป้าหมายส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและช่วยให้เราพัฒนาตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน
