#เพียรค่อยๆ..ค่อยๆเพียร
๑. มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย โส ปริปฺลวติ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร ฯ ๓๓๔ ฯ
สำหรับคนที่มีชีวิต
อยู่อย่างประมาท
ตัณหามีแต่จะเจริญ
เหมือนเถาวัลย์
เขาย่อมกระโดด
จากภพนี้ไปสู่ภพอื่น
เหมือนลิงทะโมนโลภผลไม้
โลดแล่นอยู่ในป่า
Of the person addicted to heedless living Craving grows like a creeping. Such a man jumps from life to life Like a monkey craving fruit in the wilds.
๒. ยํ เอสา สหเต ชมฺมี ตณฺหา โ ลเก วิสตฺติกา โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวุฏฺฐํว วีรณํ ฯ ๓๓๕ ฯ
ตัณหาอันลามก มีพิษร้าย
ครอบงำบุคคลใด ในโลก
เขาย่อมมีแต่โศกเศร้าสลด
เหมือนหญ้าถูกฝนรด ย่อมงอกงาม
Whoso in the world is overcome By this craving poisonous and base, For him all sorrow increases As Virana grass that is watered well.
๓. โย เจตํ สหเต ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทวินฺทุว โปกฺชรา ฯ ๓๓๖ ฯ
ผู้ใดเอาชนะตัณหาลามก
ที่ยากจะเอาชนะได้นี้
ความโศกย่อมตกไปจากผู้นั้น
เหมือนหยาดน้ำ ตกจากใบบัว
But whoso in the world overcomes This base craving, difficult to overcome- His sorrow falls away from him As water drops from a lotus leaf.
๔. ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ตณฺหาย มูลํ ขนถ อุสีรตฺโถว วีรณํ มา โว นฬํว โสโตว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๗ ฯ
เราขอบอกความนี้แก่พวกเธอ
ขอให้พวกเธอ
ผู้มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้
มีคว ามเจริญ
ขอให้พวกเธอขุดรากตัณหา
เหมือนถอนรากหญ้ารก
พวกเธออย่าปล่อย
ให้มารรังควาญบ่อยๆ
เหมือนกระแสน้ำ
ค่อยๆเซาะต้อนอ้อล้ม
This I say unto you: Good luck to you all who have assembled here. As one roots out fragrant Virana grass, So do you dig up craving by its root. Let not Mara crush you again and again As the river flood crushing a reed.
๕. ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปูนเรว รูหติ เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๘ ฯ
เมื่อรากยังแข็งแรง
ไม่ถูกทำลาย
ต้นไม้แม้ที่ถูกตัดแล้ว
ก็งอกได้ใหม่ฉันใด
เมื่อยังทำลายเชื้อตัณหาไม่ได้หมด
ความทุกข์นี้ก็ย่อมเกิด
ขึ้นได้เรื่อยไปฉันนั้น
As a tree cut down sprouts forth again If its roots remain undamaged and firm, Even so, while latent craving is not removed, This sorrow springs up again and again.
การเพียรละตัณหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความตั้งใจและความอดทน การเปรียบเทียบในบทกวีที่กล่าวถึงว่าตัณหาเปรียบเสมือนเถาวัลย์ที่พันรอบต้นไม้ หรือรากหญ้าที่งอกงามจากการรดน้ำ ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าความอยากไม่ดีเหล่านี้เติบโตอย่างไม่รู้ตัว และหากเราไม่จัดการอย่างจริงจัง ก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกตัดแต่รากยังไม่ตาย มันก็จะงอกใหม่อยู่เรื่อยๆ ในประสบการณ์ส่วนตัว การเพียรเปลี่ยนแปลงนิสัยที่ยึดติดกับความอยากไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความเพียรที่ไม่หยุดยั้งและค่อยๆ เรียนรู้การปล่อยวาง ไม่ต่างกับการถอนรากหญ้ารก ยิ่งถอนลึกและคงเส้นคงวา ยิ่งทำให้โอกาสงอกใหม่ของตัณหาน้อยลง การฝึกสมาธิและการเจริญสติเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเห็นตัณหาและความอยากเกิดขึ้นและดับไปอย่างธรรมชาติ ซึ่งลดพลังของมันลงได้อย่างมาก นอกจากนี้ การเข้าใจธรรมชาติของตัณหาและความทุกข์ที่ย่อมเกิดจากมัน ช่วยให้เราไม่ท้อถอยเมื่อเกิดความล้มเหลว หรือความต้องการยังไม่หมดไป การเพียรคือการเดินทางที่จะต้องอดทนและให้โอกาสตัวเองเรียนรู้และเติบโตอย่างมั่นคง สุดท้ายแล้ว ความสงบสุขในใจจะเกิดขึ้นเมื่อตัณหาได้ถูกขจัดจนหมดราก เหมือนหยาดน้ำที่ตกจากใบบัว จะไม่มีเหลือเศษความเศร้าโศกให้กวนใจอีกต่อไป ดังที่ OCR ได้แนะนำ "ให้เจ้าทำเพียรสร้างเสมอ" นับเป็นคำสอนที่ทรงคุณค่า ที่กระตุ้นให้เราไม่หยุดนิ่งในทางปฏิบัติ เพราะความพากเพียรอย่างต่อเนื่องคือกุญแจสู่การปลดปล่อยจากทุกข์และตัณหาอย่างแท้จริง






