ปลานึ่งกับตำแจ่วแซ่บๆเด้อจ้า😋😋 #ปลานึ่ง #จำแจ่ว #ห้องครัวtiktok #แซ่บ #แม่ฝนก้นครัว
ใครที่กำลังหาเมนู “ปลานิลนึ่งจิ้มแจ่ว” แบบทำเองที่บ้าน เราทำบ่อยมากเพราะได้โปรตีนแน่นๆ แถมแซ่บแบบอีสาน กินแล้วสบายท้องกว่าทอดด้วย วันนี้ขอแชร์ทริคที่ทำแล้วเวิร์ก ทั้งปลานิลและปลาทับทิมนึ่งได้เหมือนกันเลย 1) เตรียมปลาให้หายคาวก่อนนึ่ง - ถ้าเป็นปลานิล/ปลาทับทิมทั้งตัว ให้ขอดเกล็ด ควักไส้ ล้างให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง - ทริคที่ช่วยลดคาว: ถูเกลือบางๆ ให้ทั่วปลา แล้วล้างออกอีกครั้ง หรือจะราดน้ำมะนาวนิดเดียวก็ได้ (อย่าแช่นานเดี๋ยวเนื้อกระด้าง) - ใส่เครื่องดับคาวในท้องปลา: ตะไคร้ทุบ ใบมะกรูด ขิง หรือรากผักชี (เลือกที่มีในครัว) 2) วิธีนึ่งปลาให้ออกมานุ่ม ไม่เละ - ตั้งน้ำให้เดือดก่อนค่อยวางปลา จะช่วยให้เนื้อปลาสุกสม่ำเสมอ - วางปลาบนจานทนร้อน รองด้วยตะไคร้/ขิงบางๆ กันติดจานและเพิ่มกลิ่นหอม - เวลานึ่งโดยประมาณ: ปลานิล/ปลาทับทิมขนาดกลาง 12–15 นาที (แล้วแต่ความหนา) พอสุกแล้วพักไว้ 2 นาทีค่อยยกออก จะช่วยให้เนื้อเซ็ตตัว 3) สูตรน้ำจิ้มแจ่วแซ่บๆ (ทำถ้วยเดียวจบ) ส่วนผสมที่เราชอบใช้: - น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามความเปรี้ยวที่ชอบ) - น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย 1–1.5 ช้อนชา ตัดรส - พริกป่น 1–2 ช้อนชา (สายแซ่บเพิ่มได้) - ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ (หอมมาก ห้ามขาด) - หอมแดงซอย + ต้นหอมผักชีซอย - ใครชอบนัวๆ เติมน้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็อร่อย) คนให้ละลายแล้วชิม ปรับให้ครบรส เปรี้ยว เค็ม หวานนิด เผ็ดตามใจ 4) กินคู่กับอะไรอร่อย เราชอบกินปลานึ่งจิ้มแจ่วกับข้าวเหนียว/ข้าวสวยร้อนๆ และผักลวก (กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง) หรือแตงกวาเย็นๆ ตัดความแซ่บได้ดีมาก ถ้าอยากให้หน้าตาน่ากินขึ้น ตอนเสิร์ฟโรยข้าวคั่วเพิ่มอีกนิด กลิ่นจะฟุ้งเลย และเมนูนี้ทำเผื่อได้ น้ำจิ้มแจ่วเก็บตู้เย็นได้ประมาณ 1–2 วัน (แนะนำบีบมะนาวสดเพิ่มตอนจะกินให้อร่อยเหมือนทำใหม่)


































