สูตรชิฟฟ่อนลูกตาลสุกง่ายๆ เนื้อนุ่มมากไม่ฝืดคอ
ที่เค้ามีรูฟองอากาศเยอะเป็นปกติ เพราะลูกตาลจะมียีสเฉพาะในตัวทำให้เกิดรูฟองอากาศ ซึ่งเป็นจุดเด่นและทำให้เขานุ่มฟู ฉ่ำ เด้ง อร่อยมากๆ ยิ่งเติมฝอยทองท็อปปิ้งใส่ด้านบนคือเข้ากันมาก เป็นขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยลงตัวมาก
สูตรชิฟฟ่อนลูกตาลสุก (อร่อยและฟู)
ส่วนไข่แดง
ไข่แดง 4 ฟอง
น้ำตาล 30 กรัม
น้ำมันพืช 45 กรัม
กะทิ 60 กรัม (ใช้กะทิจะหอมเข้ากับลูกตาลกว่านมถ้าไม่มีใช้นมสดแทนได้)
เนื้อลูกตาล 120 กรัม (ที่แยกกากเส้นใยกรองน้ำออกแล้ว)
แป้งเค้ก 100 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
วานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนไข่ขาว
ไข่ขาว 4 ฟอง
น้ำตาล 60 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา หรือ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
เตรียมวัตถุดิบ
แยกไข่แดงและไข่ขาวไว้คนละชาม (ไข่ขาวห้ามมีไข่แดงปน)
นำเนื้อลูกตาลสุกขยี้แยกเนื้อ แล้วกรองเอาเส้นใยออก ห่อผ้าขาวบางห้อยไว้ให้น้ำไหลออกเหลือแต่เนื้อ ส่วนมากจะกรองข้ามวันเพื่อให้น้ำไหลออกหมด
ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือรวมกัน 2 รอบ
ขั้นตอนที่ 1 ทำส่วนไข่แดง
ใส่ไข่แดง 4 ฟองลงในอ่างผสม
เติมน้ำตาล 30 กรัม ใช้ตะกร้อมือคนจนน้ำตาลละลาย ไข่เริ่มสีอ่อน
เติมน้ำมันพืช 45 กรัม คนให้เข้ากัน
เติมกะทิ 60 กรัม คนต่อ
เติมเนื้อลูกตาล 120 กรัม และวานิลลา คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
ใส่แป้งที่ร่อนไว้ทั้งหมด คนด้วยตะกร้อเบา ๆ จนแป้งหายเป็นเม็ด ไม่ต้องคนนาน พักไว้
ขั้นตอนที่ 2 ตีเมอแรงก์
ตีไข่ขาวด้วยความเร็วต่ำจนเกิดฟองหยาบ
ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
เปลี่ยนเป็นความเร็วกลาง
แบ่งใส่น้ำตาล 60 กรัม 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 เมื่อฟองหยาบ
ครั้งที่ 2 เมื่อฟองละเอียด
ครั้งที่ 3 เมื่อเริ่มเห็นรอยตะกร้อ
ตีจนได้ ยอดอ่อนค่อนไปทางยอดกลาง ปลายยอดโค้งเล็กน้อย ไม่แข็งจนตั้งตรง
ขั้นตอนที่ 3 ตะล่อม
ตักเมอแรงก์ประมาณ 1/3 ใส่ในส่วนไข่แดง คนให้เข้ากันก่อน
ใส่เมอแรงก์อีก 1/3 ใช้พายยางตะล่อมจากล่างขึ้นบน พร้อมหมุนอ่าง
ใส่เมอแรงก์ส่วนสุดท้าย ตะล่อมจนสีเนียนสม่ำเสมอ
อย่าคนนาน เพราะฟองอากาศจะยุบ ทำให้เค้กไม่ฟ ู
ขั้นตอนที่ 4 หยอดพิมพ์
ใช้พิมพ์จีบ 3219 หรือขันข้าวเบอร์8 จะได้ประมาณ 12 ถ้วย
หยอดประมาณ 80% ของพิมพ์
เคาะถาดเบา ๆ 1–2 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศใหญ่
ขั้นตอนที่ 5 อบ
ของหนูจะใช้เตาอบ 60 ลิตร
วอร์มเตา 180°C อย่างน้อย 15 นาที
วางถ้วยน้ำร้อนไว้ชั้นล่างสุด
วางถาดเค้กชั้นกลาง
อบ
180°C 15 นาที เพื่อให้เค้าฟูสวย
แล้วลดเป็นเป็น 160°C อีก 30 นาที
รวมประมาณ 45 นาที
เมื่อสุก หน้าเค้กจะเด้ง กดเบา ๆ แล้วคืนตัว และใช้ไม้จิ้มแล้วไม่มีเศษแป้งติด ความร้อนเตาแต่ละบ้านต่างกันเวลาอบอาจจะต่างกันเล็กน้อยนะคะ
หลังอบ
นำออกจากเตา
พักบนตะแกรงจนเย็น ไม่ต้องคว่ำพิมพ์
เคล็ดลับสำหรับเค้กลูกตาลสุก
เนื้อลูกตาลมีน้ำเยอะ หากเหลวมาก ให้กรองน้ำออกบางส่วนก่อนใช้
ถ้าต้องการกลิ่นหอมขึ้น เติมกะทิคั้นสดจะหอมกว่ากะทิกล่อง
อย่าตีเมอแรงก์จนแข็งเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อเค้กแตกและไม่ชุ่ม
ลองทำกันแล้วมารีวิวด้วยนะคะ
การทำชิฟฟ่อนลูกตาลสุกเป็นการผสมผสานความหวานหอมจากลูกตาลกับเนื้อเค้กที่นุ่มฟู ทำให้ได้เค้กที่ทั้งอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากประสบการณ์ที่เคยทำชิฟฟ่อนลูกตาลสุกหลายครั้ง สิ่งสำคัญที่ทำให้เค้กฟูและมีเนื้อสัมผัสดีคือการเลือกใช้วัตถุดิบสดและขั้นตอนการตีไข่ขาวที่ถูกต้อง ลูกตาลสุกเองมียีสธรรมชาติช่วยให้เกิดฟองอากาศในเนื้อเค้ก ทำให้เค้กฟูและฉ่ำ ไม่แห้งแข็ง ขั้นตอนสำคัญคือการกรองเนื้อลูกตาลเพื่อแยกเส้นใยและกรองน้ำออกให้พอเหมาะ เพื่อหลีกเลี่ยงความเหลวเกินไปทำให้เนื้อเค้กแฉะและไม่เซ็ตตัวดี การเลือกใช้กะทิคั้นสดแทนกะทิกล่องช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัวให้กับเค้ก โดยใช้ผสมในส่วนไข่แดงก่อนผสมส่วนอื่นๆ การตีไข่ขาวให้ได้ยอดอ่อนถึงกลางก็เป็นอีกเคล็ดลับที่ช่วยรักษาฟองอากาศไม่ให้แตกเกินไป เมื่อผสมกับส่วนไข่แดงจะทำให้เนื้อเค้กนุ่มฟูและชุ่มชื้น ระหว่างขั้นตอนตะล่อมเมอแรงก์กับส่วนไข่แดง ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรคนแรงหรือใช้เวลานานเกินไป เพราะจะทำให้ฟองอากาศยุบและสูญเสียความฟู การอบเค้กต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม โดยอบที่ 180°C ก่อนแล้วลดเป็น 160°C ในช่วงหลัง เพื่อให้เค้กเซ็ตตัวและเด้งนุ่มอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ การท็อปปิ้งด้วยฝอยทองช่วยเพิ่มมิติของรสชาติและสีสัน ทำให้ชิฟฟ่อนลูกตาลสุกเป็นขนมไทยประยุกต์ที่ทั้งสวยและอร่อย เหมาะกับการทำขาย หรือทำทานในครอบครัวที่ชอบของหวานแบบไทยๆ ผสมผสานกับเค้กสไตล์ฟูฟ่อง ลองทำตามสูตรดูแล้วคุณจะพบว่าเค้กลูกตาลนี้ไม่ยากอย่างที่คิด และผลลัพธ์จะทำให้คุณตกหลุมรักความหอมหวานของลูกตาล รวมทั้งความนุ่มฟูที่ดีต่อใจทุกคำที่รับประทาน











ถ้าใครมีลูกตาลสุกแต่แยกเนื้อตาลไม่เป็น วิธีการยีการแยกเนื้อจากกากใยลูกตาลเราดูจากช่องแดงค่ะ หรือใครไม่มีลูกตาลสุก อยากลองทำ ลองดูจากแอปส้มนะคะเหมือนเคยเห็นลงขายเนื้อลูกตาลสุกแยกกากขายอยู่