สังเกตกันบ้างไหม?
วิธีการสังเกต เผลอเพ่ง
เผลอลืมตัว และ ความรู้สึกตัว
การปฏิบัติธรรม
ไม่ใช่การทำให้จิต . . .
" นิ่ง " หรือ " รู้อยู่กับที่ " ตลอดเวลา
แต่มันคือการ เรียน รู้ธรรมชาติ
ของ จิต ที่มัน เผลอได้ เพ่งได้
และ รู้ได้ เป็นปกติครับ
1. เผลอ: คือธรรมชาติ ของจิต
ที่ต้องไปคิด ไปทำงาน ตามหน้าที่ของมัน
เหมือนดูหนัง แล้วอิน ไปกับหนังบ้าง
เป็นเรื่องธรรมดา.
2. เพ่ง: คือธรรมชาติของใจ
ที่พอจะปฏิบัติ ก็เผลอไปตั้งท่า
ไปกำหนด ไปจงใจ จะเอาให้ชัด
เป็นความปกติของมือใหม่ที่ยังกะแรงไม่ถูก
3. ความรู้สึกตัว: ไม่ใช่การห้ามเผลอ
หรือ ห้ามเพ่ง แต่คือการ " รู้ทัน "
เมื่อมันเผลอ หรือ " รู้ทัน " เมื่อมันเพ่ง
เผลอไป... ก็แค่รู้ว่าเผลอ แล้วกลับมา
เพ่งไป... ก็แค่รู้ว่าตอนนี้จงใจอยู่
แล้วก็รู้ตัว ปกติ
ไม่รู้บ้าง... ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวสติมาก็รู้ใหม่
การรู้อารมณ์ อารมณ์ ต่าง.ๆ
ต้องเกิดขึ้นก่อน จึงจะรู้ตามได้
เพราะรู้เป็นขณะ ๆ เช่น ขณะเมื่อกี้เผลอ
เกิดแล้ว ขณะนี้รู้แล้ว ไม่เผลอแล้ว เป็นต้น
การรู้กาย สามารถรับรู้ ในปัจจุบันได้เลย
หลวงพ่อท่านสอนไว้ชัดครับว่า
การไม่หลง ไม่ลืมเลยนั้น ทำไม่ได้
( ถ้าจะทำ . . .คือ. . .ต้องเพ่งไว้ )
ดังนั้น ความรู้สึกตัวที่ถูกต้อง
คือการปล่อยให้ใจ มันทำงาน
ไปตามปกติ " เผลอบ้าง เพ่งบ้าง รู้ทันบ้าง
วนเวียนไปแบบนี้ล่ะครับ คือของจริง
แล้วเดี๋ยวสติ สมาธิ จะพัฒนาขึ้นมาเอง
จากเผลอนาน เผลอสั้น เผลอแปปเดียว
โดยที่ไม่ได้มี ผู้กำหนด จงใจ ใด ๆเลย
แต่จะพัฒนาโดยอัตโนมัติ ตามธรรมชาติ
อย่าไปสร้างคอก ขังจิต
ให้รู้อยู่กับที่ตลอดเวลา
แต่ให้มี " สติ " ตามดู ตามรู้
ความเป็นไปของเขาแบบสบายๆ
" ผิดบ้าง ถูกบ้าง หลงบ้าง รู้บ้าง "
นั่นแหละครับคือทางสายกลางที่แท้จริง
จากเพจตามรอยพระอรหันต์















