Ep.1 การตั้งราคาขายขนม🥣

สวัสดีค่ะทุกคน🥰บางคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าทำไมขนมทุกร้านของเราถึงราคาสูง วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

1. ราคาต้นทุนวัตถุดิบ

วัตถุดิบทุกอย่างในร้านของเราผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี เราเลือกเองทุกชิ้น ใช้วัตถุดิบที่เหมือนคุณภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้เหมือนกับว่าเราทานยังไงลูกค้าต้องได้ทานอย่างงั้น🥰 เช่น บางเมนูที่ต้องใช้น้ำตาล เราจะเลือกใช้เป็นน้ำตาลหล่อฮั่งก๊วยแทนน้ำตาลปกติ เนื่องจากน้ำตาลหล่อฮั่งก๊วยไม่มีแคลและไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งราคาก็จะต่างกับสิ้นเชิง🥹

2. ทำโดยคนๆเดียว คือ “เราเอง”🫠

ตอนนี้ให้ร้านเรามีเมนูมากกว่า10เมนู เราความค้น ออกแบบ ลงมือทำ ทดลองสูตรเองทุกขั้นตอน รวมถึงการทำโฆษณาสื่อต่างๆ การวางขาย และทุกๆอย่าง ทุกขบวนการย่อมมีค่าใช้จ่ายและต้นทุนของเขา

3. เวลาในการทำ

กว่าจะได้แต่ละเมนูไม่ใช่เรื่องง่าย บางเมนูทดลองสูตรเป็นเดือนเลย ใช้วัตถุดิบและเวลาค่อนข้างเยอะ อีกทั้งแต่ละเมนูใช้เวลาทำค่อนข้างนาน เช่นเมนู Greek Bliss 1 รสชาติ ใช้เวลาทำ1วันเต็มๆ (ยังไม่รวมขั้นตอนตอนหมักกรีกโยเกิร์ตนะคะ🥹)

4. ค่าแพ็คเกจจิ้ง

เป็นอีก 1 เรื่องที่เราให้ความสำคัญ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแพ็คเกจจิ้งคือ first impression ที่ลูกค้าจะเห็นก่อน เพราะถ้าเป็นเราเวลาเลือกซื้อของเราก็อยากซื้ออันที่แพ็คเกจจิ้งสวย นอกจากนี้ความตั้งใจของเราคือเราอยากให้ลูกค้าที่สั่งซื้อขนมที่ร้านเรารู้สุดยิ้มและมีความสุขที่สุดที่ได้รับน้อง เราอยากให้ขนมของเราสามารถเป็นรางวัลเล็กให้กับทุกคนได้🥰 ซึ่งความสวยก็มาพร้อมกับราคาค่ะ

5. ค่าGP

เนื่องจากร้านของเราขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งน้องต้องมีค่า GP 30% (ไม่รวมvatและอื่นๆ) รวมๆแล้วจะอยู่ที่ประมาณ35-40% นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เราต้องบวกราคาค่อนข้างเยอะ ใจจริงเราอยากขายแค่ผ่านทาง Line OA แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แพลตฟอร์ม food delivery สะดวกต่อลูกค้ามากกว่า🛵

จริงๆยังมีอีกหลายข้อ แต่วันนี้เราข้อยกมาแค่5ข้อก่อนนะคะ เดี๋ยวไว้เราจะมาต่อ Ep.2 ให้น้า…😊 ขอบคุณทุกคนที่ฟังจนจบนะคะ

ใครอยากลองชิมขนมของเราสามารถสั่งซื้อได้นะคะ🫶🏻

Line OA | Line Man | Grab 🛵

#ขายขนมออนไลน์ #lemon8ไดอารี่ #blisslabth #greekbliss #กรีกโยเกิร์ตโฮมเมด

เขตห้วยขวาง

เขตห้วยขวาง
2025/11/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งเริ่มขายขนมแล้วติดคำถามว่า “ควรขายกี่บาท” เราเคยงงเหมือนกันค่ะ สุดท้ายเลยทำเป็นเช็กลิสต์คิดราคาแบบง่ายๆ (ใช้ได้กับทั้งขนมโฮมเมดและเมนูอย่างกรีกโยเกิร์ตโฮมเมด) เพื่อให้ราคาไม่ขาดทุนและยังสมเหตุสมผลกับลูกค้า 1) แยก “ต้นทุนต่อชิ้น” ให้ชัดก่อน หลายคนคิดแค่ค่าวัตถุดิบหลัก แต่จริงๆ ควรรวมของจุกจิกด้วย เช่น น้ำตาล/สารให้ความหวาน (ถ้าใช้หล่อฮั่งก๊วยก็ต้องลงตามจริง), วิปครีม/ท็อปปิ้ง, กล่อง/ฝา/สติ๊กเกอร์, ถุงหิ้ว, ช้อนส้อม, กระดาษรอง ฯลฯ วิธีที่เราใช้คือทำตาราง แล้วคิดเป็น “ต่อ 1 ชิ้น/1 ถ้วย” ให้ได้ตัวเลขเป๊ะๆ 2) คิดค่าแรงตัวเอง (แม้ทำคนเดียวก็ต้องคิด) ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไม่คิดค่าแรง เราจะรู้สึกว่าขายเท่าไรก็ได้ แต่ทำไปนานๆ จะเหนื่อยและไม่คุ้มค่ะ ลองตั้งค่าแรงชั่วโมงที่เรารับได้ เช่น 80–150 บาท/ชม. แล้วดูว่า 1 รอบผลิตใช้กี่ชั่วโมง ทำได้กี่ชิ้น จากนั้นเฉลี่ยเป็นค่าแรงต่อชิ้น 3) บวกค่าเสียหาย/เผื่อของเสีย ขนมหลายเมนูมีของเสียจากการทดลองสูตร หรือทำแล้วหน้าไม่สวย/แตก/ยุบ เราเผื่อไว้ประมาณ 5–10% ของต้นทุนต่อชิ้น (เมนูยากๆ หรือใช้เวลาหมัก/แช่นานอาจเผื่อมากขึ้น) 4) คิดค่าใช้จ่ายแฝงให้ครบ เช่น ค่าแก๊ส/ไฟ, ค่าน้ำ, ค่ากล่องแช่เย็น/เจลเย็น (ถ้าส่ง), ค่าอุปกรณ์ที่ต้องซื้อซ้ำๆ (ถุงมือ, กระดาษทิชชู่, น้ำยาล้างจาน) เราอาจเหมารวมเป็น “ค่าโสหุ้ย” ต่อชิ้น เช่น 3–10 บาท แล้วแต่เมนู 5) ถ้าขายผ่านเดลิเวอรี่ ต้องเผื่อค่า GP อันนี้ทำให้ราคาหน้าร้านกับในแอปต่างกันได้เลยค่ะ วิธีคิดแบบเร็ว: ถ้า GP รวมๆ ประมาณ 35% ให้ตั้งราคาในแอป = (ต้นทุนรวมต่อชิ้น ÷ (1-0.35)) แล้วค่อยปัดเป็นราคาที่ดูดี เช่น 89/99/109 บาท 6) เช็กราคากับตลาด แต่ยืนบน “จุดแข็ง” ของเรา ถ้าเราใช้วัตถุดิบพรีเมียม แพ็คเกจจิ้งสวย หรือทำแบบ Everyday Bliss ให้เป็นรางวัลเล็กๆ ของลูกค้า ก็สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ แต่อย่าลืมสื่อสารคุณค่าให้ชัดในรูป/แคปชั่น เช่น ใช้วัตถุดิบแบบไหน ทำสดวันต่อวัน ใช้เวลานานแค่ไหน สรุปสูตรที่เราใช้บ่อย: ราคาขายที่ควรขาย = (ต้นทุนวัตถุดิบ+แพ็คเกจ+โสหุ้ย+ค่าแรง+ของเสีย) + กำไรที่อยากได้ แล้วค่อยปรับเพิ่มถ้ามีค่า GP ค่ะ ลองเริ่มจากคำนวณ 1 เมนูก่อน พอชำนาญแล้วจะตั้งราคาเมนูอื่นได้ไวขึ้นมาก

ค้นหา ·
ตั้งราคาขายกรีกโยเกิร์ต

14 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ก๊อตเอง
ก๊อตเอง

มันละลายง่ายมั้ยค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ อะโล มี🍄
อะโล มี🍄

คนกินไม่พูด คนพูดไม่กิน😂

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม