How to ลดน้ำหนัก ✨💖 จากน้ำหนัก 64 สู่ 52
เราคนหนึ่งที่เป็นคนอ้วนตั้งแต่เด็กๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม
ใครชวนเรากิน เราไปหมด เราคิดได้อย่างเดียวคือ กินจนกว่าเจ้าของร้านจะเดินมาให้เราหยุดกิน 55555 😅
แล้วมีช่วงม.ต้นถึงม.ปลายเราก็ลดไป (ปล.เริ่มลดมานิดนุงละ 🤏🏻)
จนกระทั่งเราเข้ามหาลัย ได้เจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ เพื่อนชวนไปกินข้าวตามในซอยบ้าง บุฟเฟ่ตบ้าง เราก็กินไม่หยุดดบวกกับมีช่วงที่เราเครียดกับการเรียนมาก วิธีที่ทำให้เราหายเครียดก็คือ การกินนี้แหละ 55555
จนเราใกล้จะจบปี 4 เราพึ่งรูัตัวว่าน้ำหนัก 64 จะ 65 แล้วว เราช็อคมากกก เราก็เลยหาวิธีต่างๆในเน็ต ลดยังไง แล้วเราก็ลดตามในเน็ต
พอเราลดไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มอดอาหาร จากที่กิน 3 มื้อ เหลือกินมื้อเดี่ยว แล้วก็ลดตาม (IF : 23/1) เราทำIFแบบนี้ จนทำให้ตัวเองเป็นลมอยู่ตรงหน้าตู้เย็น เกือบได้เข้าโรงพยาบาล (ปล.🚨เด็กๆ ห้ามทำแบบนี้น้าา อันนี้เราทำเกือยตุ่ยจริงๆ)
จนเราหาวิธีลดน้ำหนักเวอชั่นของเราเอง
ลดแบบวิธีของเรา ไม่เครียด ไม่อดอาหาร สบายๆ
1.ดื่มน้ำเยอะๆ หรือดื่มน้ำให้เพียงพอ 🥤
วิธีนี้ได้ผลจริงๆ เราเป็นคนหนึ่ง ค่อนข้างจะดื่มน้ำน้อยมากก เพราะรู้สึกว่า น้ำไม่อร่อย เราก็เลยหาวิธีช่วยให้ตัวเองดื่มน้ำเก ่งขึ้น คือ น้ำInfuse water (ปล.อันนี้แนะนำมันดีมากๆ มันมีประโยชน์หลายอย่าง 👍🏻)
2.งดกินจุบจิบ 🙅♀️
อันนี้ก็มีส่วนหนึ่งทำให้เราอ้วนมากก เราขนมกรอบๆ พอมาลดน้ำหนัก เรางดกินจุบจิบเลย แต่จะมีช่วงหนึ่งอยากกินจริงๆ ก็จะกินผลไม้แทน ไม่ก็โยเกิร์ต🍎🍊🥕🍇
3.งดของทอดและของหวาน 🍟🍞🥞🍤🧋🥡🥢
เราคนหนึ่งชอบกินของทอดดดดดดมากกกก กอไก่ล้านตัว มีช่วงเวลาไปเรียนมหาลัย เราจะแวะซื้อของทอด อย่างน้อย 1-2 อย่างเอาเข้าไปกินในห้องเรียน แล้วก็จะเอาชานมไข่มุก เพิ่มไข่มุก หวาน 70 % ด้วย ตอนนั้นกินชานมไข่มุกคู่กับของทอด ฟินที่สุดดด จนเราอ้วนออกทางแก้ม🥲 เราก็เลยเปลี่ยน กินของทอดลดลง เปลี่ยนชานมไข่มุก เป็นชาใส หวานน้อย กินไปกินมาเราก็สั่งไม่หวานเลย 🥺💖
4.กินโซเดียมกับอาหารแปรรูปลดลง
ทุกคนอาจจะสงสัยแบบ ห๊ะ มีด้วยหรอ เราจะบอกว่า ใช่ เราคือหนึ่งในนั้นนอกว่าไอเลิฟของทอดแล้ว เราชอบกินโซเดียมมากก ยิ่งเป็นมาม่านะกินทุกยี่ห้อ เรากินหมดด ยิ่งมาม่าเกาหลีนะ 7 วัน เรากินไปแล้ว 5 วันต่อ 1 มื้อ ยิ่งมาม่าเกาหลีนะ เราจะต้ม 3 ห่อ ทุกครั้งที่กิน กินคนเดี่ยวฟินๆ บวกกับนั่งดูหนังไปด้วย ฟินนนไปอีกก
พอมาจุดที่ลดน้ำหนักก เราก็ไม่กินมาม่าหรือแปรรูปอีกเลยย เปลี่ยนกิน ข้าวโอ๊ต เส้นบุก ลดเค็ม เค็มก็สำหรับนะทุกคน (คือเราติดเค็มมากต้องในซอสลงบนข้าวทุกครั้ง ห้ามมีข้าวสีขาว ต้องมีสีซอสนิดนุงถึงจะกินได้) 😬😬
5. บุฟเฟต์ให้ลดลง 🍲🐷🥢💖
คือตอนนั้นไอเลิฟบุฟเฟต์ที่สุดด วิวธีที่เรากินคืออ เริ่มกินผักก่อน แล้วเราค่อยกินเนื้อสัตว์ พยายามอย่าจิ้มน้ำจิ้มเยอะ จิ้มแบบจิ้มน้อยๆ จิ้มพอดีๆ 🤏🏻
6. กินไฟเบอร์
เราอะเป็นคนถ่ายยากมาก บางคร ั้งก็ 3-4 วัน ถ่ายถ้าแบบนานสุด 1 อาทิตย์ เราเลยกินไฟเบอร์ ให้ได้ขับถ่าย แต่เราก็งงเหมือนกัน เรากินทั้งผักและผลไม้ก็ไม่ขับถ่าย แต่ส่วนตัวไฟเบอร์เราไม่ได้ตลอดนะ กินแค่บางช่วงจริงๆที่จะไม่ขับถ่าย 🥲
7.พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกาย 💪🛌😴
นอนให้ครบ 7-8 ชม. ตอนนั้นเราหลับตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง ดึกสุดก็ 5 ทุ่ม มันดีมากก เราตื่นมาแบบไม่ง่วง ร่างกายเราสดชื่น หน้าเราจากที่เป็นสิวก็หายทั้งที บวกกับเราออกกำลังกายตามในเน็ตบ้าง ออกไปวิ่งบ้าง สลับกันไป เราทำแบบนี้ทุกวันๆ บางวันข.ออกก็ไม่ออก 5555555 วิธีช่วยได้จริงๆ
8.ความพยายามและมั่นใจตัวเอง 💖💪
ข้อนี้สำคัญมากๆ ตอนนั้นเราท้อมาก แบบเมื่อไหร่น้ำหนักจะลงสักที ทำไมชั่งแล้วยังเท่าเดิม กินนิดนุงก็อ้วน อดแล้วไม่ได้ผล จะบอกว่าถ้าเราตั้งใจจะลดเราทำได้ พยายามอย่าเครียด ยิ่งเครียดยิ่งลงยาก เราต้องแฮปปี้ทั้งลดทั้งกินด้วย และอีกอย่างหนึ่งเราต้องมั่นใจตัวเองว่าเราทำได้ หรือเราตั้ง goals ในแบบของเราได้ จงเชื่อมั่นตัวเองไว้ทุกคนน
สุดท้ายนี้ สิ่งที่เราพิมพ์มาทั้งหมดทุกคนสามารถเอาไปปรับเอาไปใช้ได้ เพราะตอนนี้เราก็ทำต่ออยู่ เพราะยังไม่ถึงเป้าที่เราตั้งไว้ 55555555 มีคำถามเพิ่มเติมตรงไหน ถามมาได้เลยน้าาา เรายินดีตอบให้ทุกคนเลยย 💖💖🥺🥺
#ติดเทรน #ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง #ลดแบบไม่เครียด #ไม่อดอาหาร #ออกกำลังกาย
การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่เคยมีพฤติกรรมการกินที่ไม่จำกัดและติดนิสัยกินจุบจิบอย่างผมคนหนึ่ง ดิฉันเองก็เริ่มต้นจากน้ำหนักที่สูงถึง 64 กิโลกรัม ซึ่งส่งผลกับรูปร่างและความมั่นใจอย่างมาก จากประสบการณ์และการลองผิดลองถูก ผมได้เรียนรู้ว่า การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนไม่ควรเน้นการอดอาหารหนักๆ หรือทำ IF แบบเข้มข้นจนร่างกายทรมาน เพราะอาการเป็นลมกลางตู้เย็นที่ผมเจอมาคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายไม่ไหวจริงๆ แทนที่จะโฟกัสที่การอดอาหาร ผมจึงเปลี่ยนวิธีโดยการดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะน้ำ Infuse water ที่ช่วยเพิ่มรสชาติและประโยชน์ดีกว่าน้ำเปล่าธรรมดาอย่างมาก รวมถึงงดของว่างระหว่างมื้อ ลดของทอด ของหวาน รวมถึงลดการกินอาหารแปรรูปและโซเดียมสูงอย่างมาม่าเกาหลี ที่เคยเป็นเมนูโปรดของผม อีกหัวใจสำคัญคือการเพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร ช่วยเรื่องการขับถ่ายที่ชะงักงัน ทำให้ร่างกายขับของเสียได้ดีขึ้น เสริมด้วยการเข้านอนอย่างเพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และออกกำลังกายบ้างตามความเหมาะสม เช่น วิ่งเบาๆ หรือออกกำลังกายตามออนไลน์ ทำสลับไปมาเพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อ สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ “ความพยายามและความมั่นใจในตัวเอง” อย่าหมดหวังเมื่อเห็นน้ำหนักไม่ลดหรือหยุดนิ่ง เพราะการลดน้ำหนักเป็นเรื่องการลงทุนกับตัวเองในระยะยาว ต้องใจเย็นและเชื่อมั่นว่าเราทำได้ และปรับวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละคน สุดท้ายแล้ว นอกจากน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ผมยังได้สุขภาพที่ดีขึ้น รูปร่างที่กระชับขึ้น และที่สำคัญคือความสุขที่ได้กลับมาเป็นคนรักสุขภาพไม่ใช่แค่ลดน้ำหนัก แต่เป็นการใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งผมอยากให้ทุกคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักลองปรับตัวและใช้วิธีง่าย ๆ เหล่านี้ไปด้วยกัน รับรองว่าสามารถลดได้แบบไม่เครียด และยังสุขภาพดีตลอดไป








ใช้เวลากี่เดือนคะ🥺