ใช้ชีวิตในจังหวะของเราไม่ดีกว่าเหรอ
สังคม คนรอบข้าง มักพร่ำบอกให้เรา "รีบเก่ง" "รีบโต" "รีบเปลี่ยน"
ทั้งๆที่จริงๆแล้ว
บางคนที่กล้าที่จะ อยู่กับตัวเองในแบบที่เป็น
ก็นับว่าเดินทางมาไกลมากๆเเล้ว
เพราะคนๆนั้นรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า เเละชัดเจนในเส้นทางของตัวเอง
สิ่งนี้คือ self-worth
ก็คือการรู้ว่า เราดีพอแล้วในเเบ บของเรา
ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร
ไม่ต้องเเข่งกับใคร
ถึงเเม้จะงงๆบ้าง
เบลอๆบ้าง
เเต่เรายังมั่งคงในเส้นทางของเรา
คุณเก่งสุดยอดเเล้วนะ
self-worth คือ “คุณค่าในตัวเอง” แบบที่ไม่ต้องรอให้ใครมาอนุมัติ ไม่ต้องรอคำชม ไม่ต้องได้ผลลัพธ์ใหญ่ๆก่อนถึงจะรู้สึกว่าตัวเองดีพอ สำหรับฉัน self-worth ไม่ใช่ความมั่นใจที่ดังๆตลอดเวลา แต่มันคือความรู้สึกลึกๆว่า “ฉันมีค่า” แม้บางวันจะงงๆ เบลอๆ หรือยังไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ตรงไหนก็ตาม หลายครั้งเราโดนสังคมและคนรอบข้างบังคับกลายๆให้รีบเก่ง รีบโต รีบเปลี่ยน จนเผลอเอามาตรฐานคนอื่นมาวัดชีวิตตัวเอง เช่น ต้องสำเร็จเร็ว ต้องมีคำตอบชัด ต้องทำให้ครอบครัวภูมิใจตลอดเวลา แต่พอฉันเริ่มถามตัวเองจริงๆว่า “ฉันอยากใช้ชีวิตในจังหวะไหน” ถึงได้เห็นว่า บางคนแค่กล้าที่จะอยู่กับตัวเองในแบบที่เป็น ก็ถือว่ามาไกลกว่าที่คิดแล้ว เพราะมันต้องใช้ความกล้าในการไม่วิ่งตามเสียงรอบข้าง ถ้าถามว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่า self-worth ของเรากำลังสั่นคลอน ฉันสังเกตได้จาก 3 อย่างนี้บ่อยมาก 1) เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแล้วรู้สึกด้อยทันที 2) รู้สึกผิดเวลา “พัก” เหมือนพักแล้วไม่มีค่า 3) ยอมฝืนทำหลายอย่างเพื่อให้คนอื่นพอใจ ทั้งที่ข้างในไม่โอเค วิธีที่ฉันใช้ค่อยๆสร้าง self-worth (แบบทำได้จริงในชีวิตประจำวัน) - เปลี่ยนประโยคในหัวจาก “ฉันยังไม่เก่งพอ” เป็น “ฉันกำลังฝึก และฉันมีค่าระหว่างทาง” - ตั้งขอบเขตเล็กๆ เช่น ไม่รับคำพูดที่กดดันซ้ำๆ หรือหยุดเลื่อนดูสิ่งที่ทำให้เราเปรียบเทียบตัวเอง - เขียน “หลักฐานความมั่นคง” ของตัวเอง: วันนี้เราทำอะไรได้บ้าง แม้เป็นเรื่องเล็ก เช่น ลุกไปอาบน้ำ ตอบงาน 1 ชิ้น โทรหาเพื่อนที่ไว้ใจ - ถามตัวเองก่อนตัดสินใจ: นี่คือทางของเราไหม หรือแค่ทำเพราะกลัวถูกมองไม่ดี สิ่งที่ช่วยมากคือการยอมรับว่าเส้นทางของเราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เราค่อยๆเดินไปอย่างมั่นคงก็ได้ การมี self-worth ไม่ได้แปลว่าไม่ล้ม ไม่ร้องไห้ หรือไม่สับสน แต่คือการกลับมาบอกตัวเองได้เสมอว่า “ถึงวันนี้จะยังไม่ชัด ฉันก็ยังดีพอแล้วในแบบของฉัน” และนั่นแหละคือการฮีลใจที่แท้จริง































