Automatically translated.View original post

The seasoning cabinet should be used. Go ahead.✅👍🏻

5/12 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “ตู้เก็บเครื่องปรุง” ที่ทำให้ครัวดูเป็นระเบียบแบบเห็นผลทันที เราแนะนำให้ดูรุ่นที่เป็นแบบ 4 ชั้น “ลิ้นชัก + ฝาปิด” เพราะมันตอบโจทย์เรื่องกันฝุ่นและหยิบใช้ง่ายมาก โดยเฉพาะบ้านที่ทำกับข้าวบ่อยๆ หรือครัวอยู่ใกล้หน้าต่าง/มีควันอาหาร ฝุ่นกับคราบมันจะมาไว การมีฝาปิดช่วยลดงานเช็ดได้เยอะจริง จากที่เราใช้งาน ข้อดีหลักๆ คือแยกหมวดหมู่เครื่องปรุงได้ชัด เช่น ชั้นบนสุดไว้ของที่หยิบทุกวัน (เกลือ น้ำตาล พริกไทย) ชั้นถัดไปไว้ซอส/ผงปรุงรส และอีกชั้นไว้ของสำรอง เวลาทำอาหารไม่ต้องรื้อทั้งตู้ให้รก ลิ้นชักดึงออกมาหยิบแล้วเลื่อนกลับเข้าไปคือจบ แถมดู “จัดเฉพาะ” มากขึ้นแบบครัวมินิมอล ก่อนซื้อเราเช็กอยู่ 5 เรื่องนี้แล้วไม่พลาด: 1) ขนาดพื้นที่วาง: วัดความกว้าง-ลึกของเคาน์เตอร์ก่อน โดยเผื่อพื้นที่ให้เปิดลิ้นชักได้สุด ไม่ติดผนังหรือของข้างๆ 2) ความสูงของขวด/กระปุก: ถ้าชอบใช้ขวดซอสสูงๆ ให้ดูระยะชั้นวางว่าพอไหม ไม่งั้นต้องนอนขวดซึ่งเลอะง่าย 3) วัสดุและความกันสนิม: ถ้าเป็นเหล็กเคลือบ/สแตนเลสจะอุ่นใจกว่า โดยเฉพาะครัวที่ชื้นหรืออยู่คอนโดที่ระบายอากาศน้อย 4) ฝาปิดกันฝุ่น: เลือกแบบปิดสนิทพอประมาณ จะช่วยให้เครื่องปรุงไม่จับฝุ่นและลดกลิ่นคละกัน 5) ทำความสะอาดง่าย: เราชอบแบบพื้นเรียบ ไม่มีซอกเยอะ เช็ดคราบมันทีเดียวจบ ทริคจัดตู้เก็บเครื่องปรุงให้ใช้งานลื่นๆ: ใช้กระปุกทรงเดียวกันจะประหยัดที่และดูสวย ใส่ป้ายชื่อ/วันที่เปิดใช้ไว้ด้านหน้า และแยก “ของใช้ทุกวัน” ไว้ชั้นที่หยิบง่ายที่สุด จะช่วยลดเวลาทำกับข้าวจริงๆ สรุป ถ้าคุณอยากได้ตู้เก็บเครื่องปรุงที่คุ้ม ใช้แล้วครัวเป็นระเบียบเร็ว กันฝุ่นดี และดูมินิมอล รุ่น 4 ชั้นแบบลิ้นชักมีฝาปิดคือไอเทมที่ควรมีติดครัวค่ะ