มื้อแรกเริ่มให้ช้า
การกินอาหารในหน้าต่างเวลา 10:00 น. ถึง 16:00 น. (คิดเป็นสูตรการทำ Intermittent Fasting หรือ IF แบบ 18/6 คืออดอาหาร 18 ชั่วโมง และกินภายใน 6 ชั่วโมง) ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีมากสำหรับเป้าหมายการลดน้ำหนัก ลดน้ำตาล และลดไขมันครับ
การบีบมื้อแรกให้ช้าลงและจบมื้อเย็นให้เร็วขึ้น มีข้อดีต่อร่างกายในเชิงลึกหลายด้าน ดังนี้ครับ:
1. เร่งกระบวนการดึงไขมันสะสมมาใช้ (Fat Burning)
เมื่อเราอ ดอาหารยาวนานขึ้น (จาก 16:00 น. ยาวไปจนถึง 10:00 น. ของอีกวัน รวม 18 ชั่วโมง) ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลในเลือดและไกลโคเจนในตับจนหมด หลังจากผ่านไปประมาณ 12 ชั่วโมง ร่างกายจะสลับสวิตช์ไปนำ ไขมันสะสมตามร่างกาย ออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานหลักแทน การกินจบเร็วที่ 4 โมงเย็นจึงช่วยยืดเวลาให้ร่างกายได้เบิร์นไขมันเก่านานขึ้นครับ
2. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดการดื้ออินซูลิน
ช่วงอดอาหาร (Fast): ระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) จะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อให้เกิดการสลายไขมัน และช่วยให้เซลล์กลับมาตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น (ลดภาวะดื้ออินซูลิน) ตับอ่อนได้พักจากการหลั่งอินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งและเสถียรขึ้น
ช่วงกิน (Feed): การเริ่มกินมื้อแรกตอน 10:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบเผา ผลาญทำงานได้เต็มที่แล้ว จะช่วยให้ร่างกายจัดการกับน้ำตาลและสารอาหารจากมื้ออาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการกินดึกๆ
3. สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm)
ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้จัดการสารอาหารและไวต่ออินซูลินได้ดีที่สุดในช่วงที่มีแสงแดด (กลางวัน) และประสิทธิภาพนี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
การกินมื้อสุดท้ายจบที่ 16:00 น. เป็นการกินตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย หลีกเลี่ยงการกินมื้อดึกที่ระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญเริ่มทำงานช้าลง ซึ่งมักจะส่งผลให้เหลือพลังงานไปสะสมเป็นไขมัน
4. กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ (Autophagy)
การอดอาหารนาน 18 ชั่วโมง จะเริ่มกระตุ้นกระบวนการที่เรียกว่า Autophagy หรือการกลืนกินตัวเองของเซลล์ ซึ่งเซลล์จะทำการรีไซเคิลและกำจัดขยะ ขจัด เซลล์ที่เสื่อมสภาพ รวมถึงช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งดีต่อสุขภาพโดยรวมและการชะลอวัยด้วยครับ
5. ลดฮอร์โมนหิวและควบคุมความยากง่ายขึ้น
ในช่วงแรกอาจจะรู้สึกหิวในช่วงค่ำ แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว การเว้นระยะอาหารที่ชัดเจนจะช่วยปรับสมดุลของ ฮอร์โมนเลปติน (ฮอร์โมนอิ่ม) และ ฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนหิว) ทำให้เราไม่รู้สึกโหยหาของหวานหรือของจุกจิกในเวลากลางคืน และช่วยลดแคลอรีรวมต่อวันลงไปได้โดยปริยาย

































