โตแล้วแยกแยะได้ “งานคืองาน”“เที่ยวคือเที่ยว”
งาน 10% เที่ยว90% 🤭
เมื่อโตขึ้นเราจะเข้าใจว่าการจัดสรรเวลาให้เหมาะสมระหว่างงานและการพักผ่อนท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผมเอง เมื่อได้ลองแบ่งเวลางานให้น้อยลง และเพิ่มเวลาการเที่ยวหรือพักผ่อนมากขึ้น พบว่าคุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การให้เวลางานเพียง 10% หมายถึงการตั้งใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ และใช้เวลาที่เหลืออีก 90% ในการท่องเที่ยวหรือพักผ่อนเพื่อเติมพลังและสร้างความสุขในชีวิตอย่างเต็มที่ ผมมองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่การละเลยความรับผิดชอบในงานแต่เป็นการบาลานซ์จิตใจให้พร้อมสำหรับการเผชิญกับความท้าทายในงานอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น อีกทั้งการท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนบรรยากาศช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจ และเติมพลังสร้างสรรค์ในงานได้ดีขึ้นด้วย ทำให้ทุกครั้งที่กลับมาทำงานรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมลุยกับความท้าทายอย่างเต็มที่ ในชีวิตประจำวันผมมักวางแผนใช้วันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันลาพักร้อนไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น เดินป่า ปั่นจักรยาน หรือเพียงแค่ไปนั่งชมวิวริมทะเล นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเพื่อเติมเต็มความสัมพันธ์ที่ดี การหาความสมดุลระหว่าง "งาน" กับ "เที่ยว" ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไปหากเรารู้จักจัดสรรเวลาและตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ผมเองขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนลองปรับเปลี่ยนการใช้เวลาเพื่อให้ชีวิตมีความสุขและความหมายมากขึ้น สรุปแล้ว การแยกแยะ "งานคืองาน" และ "เที่ยวคือเที่ยว" ให้ชัดเจน พร้อมกับแบ่งเวลาแบบ 10% งาน และ 90% เที่ยว อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคนแต่ก็เป็นแนวทางที่ช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพและมีความสุขมากขึ้นได้จริง



















































