ต้มยํากระช่อนน้ําใส
ในวันที่ฝนตก อากาศชื้นๆ อยากทานเมนูที่ร้อนๆ สดคล่องคอ จัดเมนูนี้ได้เลยนะคะ ต้มยําปลาช่อนน้ําใส ทําง่ายมาก และรสชาติอร่อยกลมกล่อมค่ะ. #ต้มยำปลาช่อนน้ำใส #บ้านหมิงอิ่มใจ
ถ้าใครกำลังหา “ต้มยำปลาช่อนน้ำใส” ที่ซดแล้วโล่งคอแบบไม่เลี่ยน เราชอบทำเป็นเวอร์ชันน้ำใสเพราะรสชาติจะชัด เปรี้ยวเผ็ดหอมสมุนไพร และยังเข้ากับอากาศชื้นๆ วันฝนตกมากค่ะ วัตถุดิบหลักที่เราใช้บ่อย - ปลาช่อนหั่นชิ้น (เลือกชิ้นหน่อยจะไม่เละ) - ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า (สามตัวนี้ทำให้หอมและช่วยลดกลิ่นคาว) - เห็ดฟางหรือเห็ดนางฟ้า - พริกขี้หนูบุบ + น้ำปลา + น้ำมะนาว - ผักชี/ต้นหอม (ใส่ตอนท้าย) ทริคต้มให้ปลาไม่คาวและไม่แตก 1) ล้างปลาให้สะอาด แล้วซับให้แห้งนิดนึง ถ้ามีเวลาแนะนำขยำเกลือเบาๆ แล้วล้างออก จะช่วยลดเมือกและกลิ่นคาวค่ะ 2) ต้มน้ำให้เดือดก่อนค่อยใส่สมุนไพร (ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด) ต้มให้หอม 3–5 นาที แล้วค่อยใส่ปลา วิธีนี้ช่วยให้กลิ่นสมุนไพรนำ และปลาจะไม่คาวง่าย 3) ใส่ปลาแล้วไม่คนแรง ให้รอเดือดอ่อนๆ จนปลาสุก (ประมาณ 5–8 นาทีแล้วแต่ขนาดชิ้น) จะได้เนื้อแน่นไม่เละ เรื่อง “ต้มยำน้ำใสใส่ใบกะเพรา” ใส่ได้ไหม? ใส่ได้ค่ะ และหอมไปอีกแบบ แต่แนะนำให้ใส่ “ตอนปิดไฟ” หรือหลังยกลงจากเตาแล้วค่อยใส่กะเพราสดกำเล็กๆ พอให้กลิ่นขึ้น ไม่ต้องต้มกะเพรานานเพราะจะคล้ำและกลิ่นหายเร็ว เราชอบใส่กะเพรานิดเดียวคู่กับผักชี รู้สึกซดแล้วสดชื่นมาก ปรุงรสให้น้ำใสอร่อยแบบไม่ขม - พริกขี้หนูบุบใส่ตอนใกล้ๆ จบจะหอมและเผ็ดชัด - น้ำมะนาวควรใส่ “หลังปิดไฟ” เพื่อให้เปรี้ยวหอม ไม่ขม - ถ้าอยากให้น้ำใสกลมกล่อมขึ้น ลองใส่น้ำปลาเป็นหลัก แล้วค่อยเติมเกลือปลายนิดเดียว (ไม่ต้องเยอะ) สุดท้าย ถ้าทำหม้อใหญ่ เรามักแยกน้ำมะนาวไว้เติมทีละชาม เวลาจะอุ่นซ้ำรสจะไม่เพี้ยนและไม่ขมง่ายค่ะ ใครลองทำต้มยำปลาช่อนน้ำใสแบบใส่ใบกะเพราแล้วชอบไหม มาคุยกันได้นะคะ

















































