Fish egg candy
Tan meat is still left. Today I make fish eggs.# Thai coconut milk # Thai real coconut milk bottle
ถ้าใครค้นหา “ขนมไข่ปลา” แล้วอยากได้แนวทางทำแบบชัวร์ๆ ฉันสรุปขั้นตอนที่ทำเองไว้ให้ค่ะ สูตรนี้เหมาะมากเวลา “เนื้อตาล” เหลือจากทำขนมอย่างอื่น เพราะช่วยเพิ่มความหอมหวานธรรมชาติ ทำออกมาแล้วเนื้อจะหนึบๆ นุ่มๆ ไม่แห้ง วัตถุดิบหลักที่ฉันใช้ (อ้างอิงจากของที่มีในครัว) - เนื้อตาลสุก 300 กรัม (ยี/บดให้เนียนก่อน) - แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม + แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม (ช่วยให้หนึบแต่ไม่เหนียวเกิน) - กะทิ 200 มล. (ความหอมมันคือหัวใจของขนม) - เกลือสมุทรป่น 1/2 ช้อนชา (ตัดหวาน ทำให้รสกลมขึ้น) - มะพร้าวขูด 300 กรัม (คลุกหรือโรยตามชอบ) - งาขาว 20 กรัม (คั่วพอหอมแล้วโรยคือดีมาก) วิธีทำแบบที่ฉันทำจริง (เน้นทำง่าย) 1) เตรียมเนื้อตาล: ถ้าเนื้อตาลมีเส้นใยเยอะ แนะนำยีผ่านตะแกรงหรือใช้ช้อนกดให้ละเอียด จะช่วยให้เนื้อขนมเนียนและปั้นง่าย 2) ผสมแห้งก่อน: ใส่แป้งข้าวเหนียว + แป้งข้าวเจ้า + เกลือ คลุกให้เข้ากัน เพื่อกระจายเกลือและช่วยให้เนื้อขนมสม่ำเสมอ 3) ใส่เนื้อตาลและกะทิ: ค่อยๆ เติมกะทิแล้วนวดจนเป็นโดว์ เนื้อที่ดีคือ “นุ่ม ไม่ติดมือมาก” ถ้าโดว์แฉะไป เติมแป้งข้าวเหนียวทีละนิด ถ้าแห้งแตก เติมกะทิเล็กน้อย 4) ปั้นเป็นไข่ปลา: หยิบโดว์มาคลึงเป็นแท่งแล้วตัดชิ้นเล็กๆ กลิ้งให้เป็นเม็ดรีๆ ขนาดพอดีคำ พยายามให้ขนาดเท่าๆ กัน จะสุกพร้อมกัน 5) นึ่งไฟแรง 25 นาที: รองผ้าขาวบาง/ทาน้ำมันบางๆ ที่ถาดนึ่ง วางขนมให้มีช่องว่าง แล้วนึ่ง “ไฟแรง” ตามเวลา 25 นาที (ระหว่างนึ่งอย่าเปิดฝาบ่อย เนื้อขนมจะสะดุดความร้อน) 6) จัดเสิร์ฟ: ฉันชอบคลุกมะพร้าวขูดตอนยังอุ่นๆ โรยงาขาวคั่วเพิ่มความหอม กินเพลินมาก ทิปเล็กๆ ให้ขนมไข่ปลาออกมาดี - กะทิสำคัญมาก: ถ้ากะทิหอม ขนมจะหอมมันขึ้นทันที ไม่ต้องแต่งกลิ่นเยอะ - เกลือห้ามลืม: ใส่นิดเดียวแต่ช่วยดึงรสเนื้อตาลให้เด่นขึ้น - ถ้าชอบหวานเพิ่ม: ลองเติมน้ำตาลนิดหน่อยตอนนวด (แต่เนื้อตาลสุกบางแบบหวานอยู่แล้ว ฉันเลยชิมก่อน) หวังว่าส่วนเสริมนี้จะช่วยให้ทำ “ขนมไข่ปลา” ได้ง่ายขึ้นนะคะ ถ้าทำแล้วเนื้อหนึบหอมกะทิ โรยงาขาวคือครบเครื่องมากจริงๆ










