Chicken🐔🍗🥚
ถ้าอยากได้ “พะโล้ไก่สูตรโบราณ” ที่กลิ่นหอมชัด น้ำเข้มข้น และทำง่ายๆ ที่บ้าน เราชอบเริ่มจากจัดการวัตถุดิบให้ถูกก่อน จะช่วยให้ต้มพะโล้ไก่ออกมาไม่คาวและรสกลมกล่อมตั้งแต่รอบแรก วัตถุดิบหลักที่ทำบ่อย - ไก่: น่องไก่คือพอดีสุด (เนื้อนุ่ม ไม่แห้ง) แต่ถ้ามีปีกบนก็ดี เคี้ยวเพลิน หรือใครชอบคลีนๆ ใช้อกไก่ได้ แนะนำหั่นชิ้นหนาหน่อยจะไม่แห้ง - ไข่พะโล้ไก่: ต้มไข่ให้สุกกำลังดี ปอกเปลือกแล้วพักให้แห้งนิดนึง ก่อนเอาลงหม้อจะดูดน้ำพะโล้ได้ดี - เครื่องพะโล้: อบเชย โป๊ยกั๊ก รากผักชี พริกไทย กระเทียม (หรือใช้ผงพะโล้สำเร็จก็ได้ แต่ใส่รากผักชีกับกระเทียมเพิ่มจะหอมขึ้น) - ของเพิ่มความกลมกล่อม: ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ (ช่วยให้สีสวย) น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อย ทริค “ผัดน้ำตาล” ให้ได้น้ำพะโล้เข้มข้น เราใช้วิธีทำคาราเมลอ่อนๆ โดยใส่น้ำตาลปี๊บลงหม้อ เติมน้ำเล็กน้อย เคี่ยวให้ละลายและเริ่มเป็นสีน้ำตาลเข้ม (อย่าไหม้) แล้วค่อยใส่กระเทียม รากผักชี พริกไทย และเครื่องพะโล้ลงไปผัดให้หอม จากนั้นเติมน้ำแล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว+ซีอิ๊วดำ วิธีนี้ทำให้น้ำพะโล้หอมและสีสวยแบบโบราณมาก วิธีต้มพะโล้ไก่ให้นุ่ม ไม่คาว - ถ้าเป็นน่องไก่/ปีกบน: ล้างแล้วซับให้แห้ง จากนั้นลงหม้อตอนน้ำเดือดอ่อนๆ เคี่ยวไฟกลางค่อนอ่อนประมาณ 25–40 นาที (แล้วแต่ชิ้นใหญ่เล็ก) ช้อนฟองเป็นระยะ น้ำจะใสและไม่มีกลิ่น - ถ้าเป็นอกไก่: ใส่ทีหลังหรือเคี่ยวสั้นๆ ประมาณ 12–18 นาทีพอ ไม่งั้นจะแห้งเกิน เทคนิคทำไข่พะโล้ให้อร่อยเข้าเนื้อ หลังปอกไข่ เราชอบใช้ส้อมจิ้มเบาๆ รอบๆ ไข่ 2–3 จุด (ไม่ต้องเยอะ) แล้วค่อยใส่ลงไปตอนน้ำพะโล้เริ่มเข้าที่ เคี่ยวต่ออีก 15–20 นาที ไข่จะซึมรสและสีสวยขึ้น อยากใส่ “ตีนไก่” ทำได้ไหม? ได้เลย ถ้าทำพะโล้ตีนไก่ แนะนำลวกตีนไก่ก่อน 3–5 นาทีแล้วค่อยลงหม้อพะโล้ เคี่ยวไฟอ่อนนานขึ้นราว 50–70 นาที ตีนจะนุ่มละลายในปากและไม่มีกลิ่น เคล็ดลับเสิร์ฟให้อร่อยขึ้น เราชอบพักพะโล้ไว้ค้างคืนแล้วอุ่นกินวันรุ่งขึ้น รสจะเข้มขึ้นอีกระดับ กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือราดเส้นหมี่ก็อร่อยมาก ใครทำครั้งแรกลองชิมระหว่างเคี่ยว ปรับหวาน-เค็มตามที่บ้านชอบได้เลยค่ะ















































































