องกันยัง เจลาโต้ถ้วยนี้ 300 บาท อร่อยจริงไหม?
✨“PARAMETER” ร้านเจลาโต้กระแสแรงของ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่ตอนนี้คนแห่ไปลองกันแน่นมาก!
หลายคนเห็นราคาแล้วบอกว่า “ไอติมถ้วยแค่นี้ 300 บาท โคตรเว่อ” 😅
แต่ส่วนตัวได้ไปลองมาแล้ว บอกเลยว่าเข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นกระแส เลยอยากแนะนำให้ลองไปชิมกันสักครั้ง
นี่คือร้านเจลาโต้เปิดใหม่ที่ Siam Paragon และเป็นร ้านเดียวในไทยที่เสิร์ฟเจลาโต้สไตล์ Classic Italian Gelato สิ่งที่ชอบมากคือความใส่ใจและความพิถีพิถันในการทำเจลาโต้ คือการควบคุมทุกตัวแปรในการทำเจลาโต้ให้แม่นยำที่สุด ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องที่ใช้ผลิต ไปจนถึงวิธีเสิร์ฟ เพื่อให้ได้ texture และรสชาติที่ดีที่สุดในทุกถ้วย
ซึ่งคุณกฤษณ์บินไปเรียนรู้เรื่องการทำเจลาโต้ถึงประเทศอิตาลีนานกว่า 5 ปี และกลับมาเปิดที่ไทย เพราะอยากให้ทุกคนได้ลองเจลาโต้แบบดั้งเดิม
เอาเป็นว่าใครไปชิมมาแล้ว มาแชร์กันได้ว่า 300 บาท คุ้มค่ามั้ย!
Parameter
📍ชั้น G, Siam Paragon (ใกล้ Starbucks)
⏰เวลาเปิดปิด: 10.00-22.00 น.
#Markindo #มากินดู #Parameter #เจลาโต้ #ดีเจกฤษณ์ #ไอติม #ร้านเจลาโต้กระแสแรง #Tiktokพากิน #กินกับTiktok #fybシ #เทรนด์วันนี้tiktok #Markin #MarkinAgency
หลังจากเห็นคนเสิร์ช “parameter รีวิว” กันเยอะมาก เราก็ไปลองเองแบบตั้งใจจะตอบคำถามเดียวเลย: เจลาโต้ถ้วยละ 300 บาท คุ้มไหม? อย่างแรกคือบรรยากาศหน้าร้านค่อนข้างชัดเจน มีจุด ORDER และจุด PICK UP แยกกัน (ถ้าไปช่วงคนเยอะ แนะนำยืนดูป้ายก่อน จะได้ไม่งงและต่อแถวถูก) ร้านอยู่สยามพารากอนชั้น G ใกล้ Starbucks ตามที่หลายคนรีวิวไว้ เดินหาง่ายมาก เรื่องรสชาติ เราลองโฟกัสที่รสที่คนพูดถึงบ่อยและเห็นจากเมนู/ป้าย เช่น Pistacchio กับ Hojicha - Pistacchio: จุดที่รู้สึกได้คือ “หอมแบบธรรมชาติ” ไม่ใช่กลิ่นแต่งแรงๆ เนื้อเจลาโต้แน่น ละมุน และรสถั่วค่อนข้างชัด แต่ไม่หวานจัด ถ้าเป็นสายพิสตาชิโออยู่แล้ว น่าจะถูกใจ เพราะให้ฟีลคลีนๆ ไม่เลี่ยน - Hojicha: รสนี้จะออกหอมชาแบบคั่วๆ กลมๆ มีความเป็นญี่ปุ่นหน่อย (โฮจิฉะจากญี่ปุ่น) ข้อดีคือกินแล้วไม่ตีกับรสอื่นง่าย ใครไม่อยากเริ่มจากรสเข้มมาก รสนี้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและกินเพลิน ด้าน “เนื้อสัมผัส” นี่คือสิ่งที่เข้าใจว่าทำไมคนถึงยอมจ่ายแพง เนื้อมีความเนียน ละเอียด และไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็งง่าย กินไปสักพักก็ยังคงความเนียนอยู่ (อันนี้เป็นจุดที่ต่างจากไอติมทั่วไปชัด) แล้วคุ้มไหม? ถ้ามองเป็นของหวานถ้วยเดียว ราคา 300 อาจรู้สึกแรงจริง แต่ถ้ามองเป็นประสบการณ์ “เจลาโต้สายคลาสสิก” ที่คุมคุณภาพวัตถุดิบและวิธีเสิร์ฟ คำตอบของเราคือคุ้มสำหรับการมาลองสักครั้ง โดยเฉพาะคนชอบกินเจลาโต้/ชอบลองร้านกระแสแรง ทริคเล็กๆ ก่อนไป: 1) ถ้าอยากชิมรสชัดๆ เลือกแนวถั่วหรือชา เช่น Pistacchio, Hojicha จะรู้สึกถึงความหอมและความต่างของเนื้อเจลาโต้มากกว่า 2) ไปช่วงบ่ายแก่ๆ หรือวันธรรมดา โอกาสรอคิวน้อยกว่า 3) กินเลยหน้าร้านจะฟินสุด เพราะเนื้อเจลาโต้กำลังดี ไม่ละลายเร็ว ใครเคยลองแล้วคิดว่าถ้วยละ 300 คุ้มหรือยังมีรสไหนเด่นกว่านี้ มาแชร์กันได้เลย เผื่อรอบหน้าจะได้ลองรสใหม่ๆ ตามคำแนะนำ

