ฟักทองญี่ปุ่น
ฟักทองญี่ปุ่น (หลายคนเรียกคาโบฉะ) เป็นฟักทองที่เนื้อแน่น หวานมันกว่าฟักทองบ้านเราเล็กน้อย พอสุกแล้วเนื้อจะร่วนๆ นุ่มๆ ทำให้เอาไปทำอาหารได้หลายแบบมาก โดยเฉพาะเมนูที่อยากได้ความ “มันและหวานธรรมชาติ” แบบไม่ต้องเติมน้ำตาลเยอะ ประโยชน์ฟักทองญี่ปุ่นที่สังเกตได้จากการกินเป็นประจำคือ อิ่มนานและช่วยคุมความอยากจุกจิกได้ดี เพราะมีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง กินเป็นคาร์บเชิงซ้อนแทนข้าวบางมื้อได้ (แต่ก็ยังต้องกะปริมาณนะ) อีกอย่างคือสีเหลืองส้มของเนื้อฟักทอง มักจะมาจากเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยเรื่องการมองเห็นและผิวพรรณ และยังมีวิตามินซีบางส่วนที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันด้วย ถ้าถามว่า “ฟักทองญี่ปุ่นทำเมนูอะไรได้บ้าง” อันนี้คือไอเดียที่ทำบ่อยและเวิร์กจริง 1) ฟักทองญี่ปุ่นนึ่ง/อบ กินเปล่าๆ เมนูง่ายสุด แต่ต้องเลือกฟักทองที่แก่กำลังดี นึ่งประมาณ 12–20 นาที (แล้วแต่ชิ้น) หรืออบ 180°C ราว 25–35 นาที กินคู่กับไข่ต้ม/อกไก่คือจบมื้อแบบคลีนๆ ได้เลย 2) ซุปฟักทองญี่ปุ่น เอาฟักทองนึ่งสุกมาปั่นกับนมสดหรือนมถั่วเหลือง เติมเกลือนิดเดียว พริกไทยหน่อย จะได้ซุปหวานมันตามธรรมชาติ ถ้าอยากหอมขึ้นให้ผัดหอมใหญ่กับเนยก่อนแล้วค่อยใส่ลงไปปั่น 3) ฟักทองญี่ปุ่นผัดไข่ หั่นชิ้นพอดีคำ นึ่งให้พอสุกก่อนแล้วค่อยเอาไปผัดกับไข่ ปรุงซีอิ๊วเล็กน้อย เมนูนี้ทำเร็วมาก เหมาะกับวันที่ไม่อยากคิดเยอะ 4) แกงกะทิ/แกงเผ็ดฟักทอง (ใช้ฟักทองญี่ปุ่นได้เหมือนกัน) เนื้อฟักทองญี่ปุ่นจะไม่เละง่าย ทำให้แกงออกมาข้นนัว กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือดีมาก แนะนำใส่ท้ายๆ และเคี่ยวไฟอ่อนจะคุมเนื้อได้สวย ทริคเลือกซื้อ: เลือกลูกที่ผิวแน่น สีเขียวเข้ม มีนวลๆ (เหมือนมีฝุ่นแป้งบางๆ) และน้ำหนักแน่นมือ ถ้าซื้อแบบผ่าชิ้น ให้ดูเนื้อสีเหลืองเข้ม เมล็ดเริ่มแก่ ไม่ฉ่ำน้ำเกินไป ทริคเก็บ: ถ้ายังไม่ผ่า เก็บอุณหภูมิห้องที่แห้งและโปร่งได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าผ่าแล้วให้ห่อแรป/ใส่กล่องปิด เก็บตู้เย็นและพยายามใช้ภายใน 3–5 วัน หรือหั่นชิ้นแล้วแช่แข็งไว้ทำซุป/อบก็สะดวกมาก หวังว่าทั้งประโยชน์และไอเดียเมนูฟักทองญี่ปุ่นชุดนี้จะช่วยให้เอาไปทำกินได้ง่ายขึ้น ใครมีเมนูโปรดแบบคาวหรือหวาน ลองเอามาแชร์กันได้เลย






































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม