พระเมตตา ของ ทั้ง2 พระองค์
ต่อ “นาย บุญหาญ”
นาย บุญหาญ รักษาทรัพย์ วัย 42 ปี สัญชาติไทย เป็นชาวร้อยเอ็ด ที่พยายามวิ่งเข้าหา “ในหลวง ” ขณะ ส่งร่วมพิธีวางมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ที่ลานพระราชวังดุสิต เย็นวันที่ 23 ตค.2568
เมื่อเกิดเหตุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง กับนายบุญหาญ และทรงมีรับสั่งให้สอบถามว่ามีเรื่องทุกข์ร้อนได้หรือไม่ จากนั้นทรงให้สมเด็จพระราชินี ไปทรงพูดคุยด้วยพระองค์เอง
นายบุญหาญ กราบพระบาทขอพระราชทานอภัยโทษ และ สำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงไม่เอาเรื่อง ทั้งยังทรงมีรับสั่ง ให้จนท.ดูแล เขาด้วย
เมื่อทรงรับทราบว่า นาย บุญหาญ ที่มาอยู่กทม. มาทำงาน แต่เพิ่งลาออกจากงาน อีกทั้ง มีอาการป่วย ทางจิต และมีโรคประจำตัว และ นำตัวไปรพ. ในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายบุญหารญ ร่ำไห้ตลอดเวลา  เสียใจที่กระทำไปโดยมิได้รู้ตัว และดีใจที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินี  ทรงพระดำเนินมาพูดคุยสอบถาม ถึงความทุกข์ความเดือดร้อนและสาเหตุที่วิ่งเข้าไปหาในหลวง

จากการตรวจสอบข้อมูล ในโซเชียลมีเดียของนายบุญหาญ พบว่าเป็นผู้มีความจงรักภักดีอย่างสูง และเคยเข้ามารับเสด็จในโอกาสต่างๆ แล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2562 จนปัจจุบัน และ พบประวัติการรักษาพยาบาลรพ.แพทย์ปัญญา และ ไม่พบประวัติอาชญากรรมใดๆ
นายบุญหาญ เล่าว่าตนเองยังเป็นหมอนวดแผนไทย อีกด้วย
ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาและความกรุณาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีต่อนายบุญหาญ แม้ว่าจะมีอาการป่วยทางจิตและปัญหาสุขภาพร่วมด้วย แต่พระองค์ทรงยกมือห้ามเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้ความรุนแรงและทรงมีพระบรมราชโองการให้เจ้าหน้าที่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้สะท้อนความอ่อนโยนและความเข้าใจในฐานะพระมหากษัตริย์ที่มีต่อบุคคลซึ่งกำลังประสบความทุกข์ทางจิตใจและทางกาย การที่สมเด็จพระราชินีทรงพระดำเนินไปพูดคุยและสอบถามความทุกข์ของนายบุญหาญ เป็นการแสดงออกถึงความจริงใจและใส่ใจในประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียแสดงให้อ่านว่า นายบุญหาญเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อย่างสูง ซึ่งทำให้เหตุการณ์นี้มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งยังพบว่ามีประวัติการรับการรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญาและไม่มีประวัติอาชญากรรมใด ๆ นอกจากบทบาทในฐานะผู้มาร่วมพิธีและผู้มีความจงรักภักดีแล้ว นายบุญหาญยังประกอบอาชีพหมอนวดแผนไทย ซึ่งเป็นอาชีพที่ให้บริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและบำบัดร่างกาย อีกทั้งยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสตร์การแพทย์แผนไทยและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ที่สนับสนุนการรักษาและดูแลสุขภาพของประชาชนโดยทั่วถึง เหตุการณ์นี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นถึงพลังของความเมตตาและความเข้าใจที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ ไม่ว่าจะเพศ วัย หรือโรคภัยใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือความรักความเอาใจใส่และความปรารถนาดีที่พระมหากษัตริย์ทรงมีให้แก่ปวงชนชาวไทยทุกคนอย่างแท้จริง






























































ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม