คิดว่าปวดท้องทั่วไปสู่ลำไส้อักเสบ😵

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงสิ้นปีที่แล้วค่ะ เริ่มต้นจากปวดท้องเราคิดว่าปวดท้องทั่วไปก็ไม่ได้อะไรมาก ตื่นมาเช้าอีกวันปวดท้องข้างขวา ลุกจากที่นอนไม่ไหวถึงขั้นน้ำตาไหลต้องลางานไปหาหมอ ตีตนไปก่อนไข้แล้วว่าเป็นไส้ติ่ง กระวนกระวายใจมาก

ครั้งแรก : หมอให้กินยาตามอาการ (ยาแก้ปวด+แก้อักเสบ)

ครั้งที่ 2 : กินยาตามอาการจนหมดแต่ไม่หายก็กลับมารพ.อีก หมอทั่วไปก็ส่งไปแผนกสูติและศัลยกรรม ก่อนจะไปแต่ละแผนก ก็เจาะเลือด/ตรวจปัสสาวะ + เจาะเปิดเส้นสำหรับฉีดสี* (ตามรูปภาพที่ 3)

*ฉีดสี คือ ฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าร่างกายเพื่อให้เห็นอวัยวะหรือหลอดเลือดชัดขึ้นในภาพถ่าย ก่อนฉีดสีหมอจะสั่งงดน้ำงดอาหาร

- แผนกสูติ หมอก็ตรวจภายในว่ามีก้อนเนื้อหรือเนื้องอกอะไรมั้ย ซึ่งผลตรวจปกติ

- แผนกศัลยกรรม หมอส่งไปทำ ct-scan สแกนช่องท้อง โดยจะเป็นการฉีดสีเข้าเส้นเลือด ตัวจะร้อนวูบวาบๆ ผลตรวจออกมาก็ปกติ

หลังจากเสร็จตรงนี้ก็มากินยาตามอาการเหมือนเดิม ซึ่งอาการก็ดีขึ้นนิดหน่อย

ครั้งที่ 3 : สู่การแอดมิทนอนรพ. กินยาตามอาการก็หายเป็นปกติประมาณ 1 สัปดาห์ ก็กลับมารพ.อีกด้วยอาการเดิมคือปวดท้องข้างขวาแต่หนักกว่าเดิม หมอถามว่าสะดวกแอดมิทมั้ยก็เลยบอกว่าได้ ได้นอนให้น้ำเกลือในห้องฉุกเฉินประมาณ 1 ชั่วโมงก็ย้ายไปห้องรวม ตอนนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินก็ร้องไหเ😭 เพราะคิดว่าตัวเองเป็นไส้ติ่ง กลัวการผ่าตัดมากๆ เพราะไม่เคยผ่าตัดอะไรแบบนี้มาก่อน แล้ววันต่อมาหมอแจ้งผลว่าลำไส้บวม ก็เลยเบาใจไป นอนให้น้ำเกลือ+ยาฆ่าเชื้อไปยาวๆ 4-5 วัน อาหารกินได้ปกตินะคะ แต่ไม่ค่อยอยากนอนรพ.หรอกอาหารจืด ซึ่งเรานอนจนเบื่อเลยขอหมอออกก่อนปีใหม่ เพราะมีทริปและจองที่พักไว้แล้วจะยกเลิกก็เสียดายเงิน อย่าหาทำนะคะ😂 อีก 2 สัปดาห์หมอก็นัดติดตามอาการ

ครั้งที่ 4 : นัดติดตามอาการ หมอบอกว่าหมอไม่นัดแล้วนะ เพราะผลตรวจออกมาคือลำไส้เป็นปกติไม่บวมแล้ว กลับมาใช้ชีวิตที่สนุกได้ปกติแล้วค่าา~

ใช้ชีวิตกันให้เต็มที่ และอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ💗 แล้วทุกคนเคยมีประสบกาณ์แบบนี้กันมั้ยคะ

#ประสบการณ์เจ็บป่วย #ลําไส้อักเสษ #เจ็บป่วย

4/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงที่เจอกับอาการปวดท้องเรื้อรังจนเกิดเป็นลำไส้อักเสบ สิ่งที่เราเรียนรู้คืออย่ามองข้ามอาการปวดท้องธรรมดา ๆ เพราะบางครั้งอาการเหล่านั้นอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่าที่คิด ช่วงแรก เราปวดท้องข้างขวา ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ปวดท้องทั่วไปหรือไส้ติ่ง สิ่งแรกที่ควรทำคือสังเกตอาการอย่างละเอียด เช่น ความรุนแรงของอาการ ความถี่ และอาการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น มีไข้ คลื่นไส้ หรือท้องอืดร่วมด้วยหรือไม่ หากมีอาการเฉียบพลันหรือรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด ขั้นตอนการตรวจที่สำคัญคือการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาร่องรอยการติดเชื้อหรือภาวะอักเสบ จากนั้นแพทย์อาจแนะนำให้ทำการฉีดสีเข้าสู่ร่างกายเพื่อตรวจอวัยวะภายในด้วยเทคนิค CT-scan ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แม้อาการของเราจะดีขึ้นเล็กน้อยหลังรับยาแก้ปวดและแก้อักเสบ แต่ถ้าอาการไม่หายไปหรือกลับมาใหม่ ควรเข้ารับการรักษาแบบแอดมิทเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด การนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย เนื่องจากต้องงดน้ำ งดอาหาร และต้องทนกับความไม่สะดวกหลายอย่าง เช่น อาหารที่ไม่ถูกปาก ทำให้จิตใจอ่อนไหวและรู้สึกท้อแท้ แต่ในที่สุดเมื่อผลตรวจยืนยันว่าลำไส้บวมและอักเสบได้ลดลงจนเป็นปกติ ก็ทำให้เรามีกำลังใจกลับมาใช้ชีวิตได้เต็มที่อีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ครั้งนี้ เราอยากแนะนำทุกคนให้ใส่ใจและสังเกตอาการของตนเองอย่างละเอียด ไม่ควรรอช้า หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจนละเลย และหากรู้สึกไม่สบายอย่างต่อเนื่อง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม สุดท้ายนี้ สุขภาพคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การดูแลตนเองตั้งแต่สัญญาณแรกของโรคจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามและลดความวิตกกังวลได้มาก การมีประสบการณ์แชร์แบบนี้จะช่วยให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

ค้นหา ·
ลำไส้อักเสบ

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ จินนี่
จินนี่

ปวดนานไหมคะ กว่าจะไปหาหมอ นี้ปวดท้องข้างขาว เบาๆ มาจะ 3 สัปดาห์ละคะ มีท้องเสียสลับท้องผูก ไปหาหมอไปตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดมาก็ปกติดีคะ รอนัดอัลตร้าซาวด์ วันที่ 15 นี้อีกที คิดอยู่เป็นอะไรกันน่ะ

ดูเพิ่มเติม(2)