มะกรูดลอยแก้ว
ถ้าใครอยากทำ “มะกรูดลอยแก้ว” ให้เนื้อใส กินแล้วไม่ขม เราว่าจุดสำคัญอยู่ที่การเตรียมผิวและการล้างความขมค่ะ รอบแรกที่ทำเราพลาดตรงล้างไม่พอ ทำให้ยังมีกลิ่นขมติดอยู่ พอมาปรับตามนี้คือดีขึ้นมาก 1) เลือกมะกรูดให้เหมาะ แนะนำเลือกผลค่อนข้างแก่ ผิวตึง ไม่ช้ำ เพราะตอนเคี่ยวจะคงรูปได้สวยกว่าผลอ่อน และเนื้อจะใสง่ายกว่า ล้างให้สะอาดก่อนเริ่มปอก 2) ปอกผิว + ควักเนื้อให้เนี้ยบ ปอกผิวเขียวออกให้หมด (เหลือส่วนขาวนิดๆ ได้) จากนั้นผ่าครึ่งแล้ว “กลับด้าน” เพื่อดึงเนื้อและเมล็ดออก หรือใช้ด้ามช้อนควักทิ้งให้เกลี้ยง ยิ่งเอาเยื่อ-เมล็ดออกหมด ความขมจะน้อยลง และเวลาเคี่ยวจะไม่ขุ่น 3) ขยำเกลือเพื่อลดขม (ขั้นที่ห้ามข้าม) ใส่มะกรูดลงชาม ตามด้วยเกลือประมาณ 50 กรัม (หรือเพิ่ม-ลดตามปริมาณผล) เติมน้ำพอท่วมแล้วขยำเบาๆ ให้ทั่วผิว ช่วงนี้น้ำจะเริ่มขุ่นและมีกลิ่นขม จากนั้นล้างออกหลายๆ ครั้ง (เราล้างประมาณ 5 ครั้ง) จนน้ำล้างใส ขั้นนี้ช่วยลดความฝาดและกลิ่นขมได้ชัดมาก 4) แช่น้ำอัญชันให้สีสวย (ถ้าชอบโทนม่วงฟ้า) ต้มน้ำกับดอกอัญชัน 1 กำมือให้เดือด พอสีออกแล้วปิดไฟ แช่มะกรูดทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง สีจะซึมสวย และช่วยให้ดูน่ากินขึ้นมาก (ไม่ทำก็ได้ถ้าชอบสีใสธรรมชาติ) 5) เคี่ยวน้ำเชื่อมใบเตยให้หอม ตั้งน้ำเปล่า 700 มล. ใส่ใบเตย 3-4 ใบ และน้ำตาล 500 กรัม เคี่ยวให้ละลายและเริ่มเดือดหอมๆ แล้วใส่มะกรูดที่เตรียมไว้ลงไป เคี่ยวไฟกลางประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างเคี่ยวอย่าคนแรง เดี๋ยวผิวช้ำ ให้ใช้วิธีเขย่าหม้อเบาๆ หรือกดให้จมน้ำเชื่อมแทน 6) ใส่น้ำมะนาวตอนท้ายเพื่อความใสและรสสดชื่น พอเนื้อเริ่มใสและน้ำเชื่อมซึมเข้าเนื้อแล้ว ค่อยใส่น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะตอนใกล้ปิดไฟ เรารู้สึกว่าช่วยตัดหวานและทำให้รสไม่เลี่ยนด้วย ทิปเล็กๆ จากที่ลองทำ - ถ้าเคี่ยวแล้วเนื้อยังไม่ใส ให้เพิ่มเวลาอีกหน่อย แต่คุมไฟกลาง-อ่อน อย่าเร่งไฟแรง - แช่เย็นก่อนกินจะอร่อยมาก หรือเสิร์ฟกับน้ำแข็งเป็น “ลอยแก้ว” แบบสดชื่นๆ - เก็บในตู้เย็นใส่กล่องปิดฝา น้ำเชื่อมต้องท่วมชิ้นมะกรูด จะเก็บได้นานขึ้น ทำตามนี้แล้วมะกรูดลอยแก้วจะออกมาหอมใบเตย สีสวย เนื้อใส และแทบไม่ขมเลยค่ะ





































































เกลียดการเว้นจังหวะอ่ะ สะดุ้งทุกรอบเลย😂