5 months with eating meat, eggs, butter, custom-made pickles, butter coffee
📍 before starting Animal Based (Apr 18)
• Cholesterol: 240
• LDL: 169
• HDL: 59
• Triglyceride: 99
• Blood sugar (FBS): 95
• HbA1C: 5.9
📍 after 5 months (Sept. 3)
• Cholesterol: 232
• LDL: 155.8
• HDL: 55
• Triglyceride: 106
• Blood sugar (FBS): 93
• HbA1C: 5.8
The overall result is "better balanced" and is not worth worrying about. 🎯
Now Phi Plann is going to the ultrasound of the neck and heart veins to see if there is limestone at risk of stroke.
Ready to start water fasting to see if it will help the uterine tumor get smaller. 💧
Please continue to follow. Will come to review carefully again. 💕
# Direct experience # My story # Animalbased # Portrait eating carnivore
สำหรับคนที่กำลังลังเลว่า “กิน Animal Based แล้วไขมันในเลือดจะพุ่งไหม?” เราว่าดูผลเลือดเป็นระยะ ๆ ช่วยให้สบายใจขึ้นมากค่ะ จากประสบการณ์ของเรา วิธีที่ทำให้ติดตามตัวเองได้ง่ายคือ “กำหนดตัวชี้วัดหลัก” แล้วตรวจซ้ำในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (เช้า งดอาหาร 8–12 ชม. เหมือนเดิม) จะได้เทียบกันแบบแฟร์ ๆ สิ่งที่เราโฟกัสหลัก ๆ เวลาอ่านผลคือ Cholesterol รวม, LDL, HDL, Triglyceride รวมถึงน้ำตาลอย่าง FBS และ HbA1C เพราะมันสะท้อนทั้งฝั่งไขมันและความคุมน้ำตาลในชีวิตจริง ถ้าใครกังวล LDL เป็นพิเศษ แนะนำให้ดู “แนวโน้ม” มากกว่าค่าครั้งเดียว แล้วคุยกับหมอเรื่องปัจจัยร่วม เช่น รอบเอว ความดัน ประวัติครอบครัว การนอน และความเครียด เพราะพวกนี้มีผลกับความเสี่ยงโดยรวมมากค่ะ อีกอย่างที่เราเรียนรู้คือ “กิน Animal Based ให้สะอาด” ช่วยได้เยอะ เราพยายามเลือกโปรตีนคุณภาพดี สลับชนิดเนื้อ ไม่เน้นของทอดไหม้ ๆ และยังมีของทำเองอย่างผักดอง (ช่วยเรื่องความอยากของหวาน/ช่วยให้มื้ออาหารไม่เลี่ยน) ส่วนกาแฟเนย เราจะดูปริมาณให้พอดีกับการใช้พลังงานของวันนั้น ๆ ถ้าวันไหนนั่งทำงานทั้งวันก็ลดลง เพราะบางคนแคลอรีเหลวทำให้พลังงานเกินได้ง่าย ถ้าเป้าหมายคือทำให้ “ผลเลือดสมดุล” เราว่ามีทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยได้: 1) เพิ่มการขยับหลังมื้ออาหาร 10–15 นาที (เดินเบา ๆ) ช่วยเรื่องน้ำตาลหลังอาหารได้ดี 2) นอนให้พอ เพราะอดนอนทำให้หิวและอยากของหวาน 3) ดื่มน้ำและเกลือแร่ให้เหมาะ โดยเฉพาะช่วงปรับอาหารใหม่ ๆ บางคนเวียนหัวเพราะโซเดียมไม่พอ สำหรับคนที่คิดจะทำ water fasting อยากแชร์ว่าเราจะ “ค่อยเป็นค่อยไป” และเช็กสัญญาณร่างกายตลอดค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว/กินยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ส่วนใครที่ตั้งใจตรวจเพิ่มอย่างอัลตร้าซาวน์เส้นเลือดคอและหัวใจ เราว่าดีมาก เพราะช่วยดูภาพรวมความเสี่ยงได้มากกว่าดูตัวเลขไขมันอย่างเดียว สรุปคือ ถ้าจะลอง Animal Based เราแนะนำให้จดอาหารคร่าว ๆ + อาการที่รู้สึก (พลังงาน ความอิ่ม ผิว การขับถ่าย) และตรวจเลือดเป็นระยะ จะได้รู้ว่าร่างกายเราตอบสนองแบบไหนจริง ๆ ค่ะ






































































































