境界解決なしにエネルギーについて話すことはありません。
2025年9月9日、PTTの元最高経営責任者であり、Nintin Chan Virgul政権のエネルギー大臣であるProud Thai Partyの声明により、国境紛争が解決されない限り、タイはカンボジアとの海上重複におけるエネルギー協力を追求しないことが確認されました。
彼は、現在進行中のタイ・マレーシア事件のように、国際的な相互エネルギー管理アプローチは主権紛争なしに行われる可能性があるが、タイとカンボジアの状況は交渉にとって好ましくないと説明した。
「国家安全保障、主権、領土は最優先事項です。現時点では交渉や行動はありません。」と将軍は述べ、「海洋利益の50: 50の分割を提案した元首相タクシン・チナワットのアイデアは、現在の状況では実施できません。エネルギー管理は、安全保障と外 交が国境問題を成功裏に解決できる場合にのみ実現できます。」。
ในสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะในหลักเขตที่ 73 ที่เป็นประเด็นร้อนในการเจรจา การรักษาอธิปไตยและความมั่นคงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายใส่ใจอย่างมาก ผมเองมีโอกาสติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างใกล้ชิด พบว่าสิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับการหาข้อยุติเบื้องต้นเรื่องเขตแดนก่อนการเปิดการเจรจาด้านพลังงานร่วมกัน การยอมรับหลักเขตที่ชัดเจนจะช่วยลดความขัดแย้งและเปิดโอกาสในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นกรณีที่ไทยและมาเลเซียเคยดำเนินการร่วมในด้านพลังงานในพื้นที่ทะเลที่ไม่มีข้อพิพาท ทั้งนี้ หากยังไม่มีการยอมรับในเรื่องเขตแดนหลักเขตที่ 73 ก็ยากที่จะมีการจัดการหรือแบ่งปันทรัพยากรพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม การไม่เร่งรีบในการเจรจาจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติได้อย่างเต็มที่ ป้องกันการเสียพื้นที่หรือทรัพยากรที่เป็นสมบัติชาติไป นอกจากนี้ยังแสดงถึงความเคารพต่อหลักการสิทธิเส้นแบ่งพื้นที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการทางการทูตและฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดำเนินการ ผมมองว่าในอนาคต การแก้ไขปัญหาเขตแดนหลักเขตที่ 73 จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถมุ่งสู่ความร่วมมือและพัฒนาโครงการพลังงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หากสามารถหาข้อยุติและข้อตกลงที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายได้จริง
