‘รองนายกฯ ยศชนัน’ ชูไอเดียคุมกำเนิดช้างป่า-ทำแนวกันชน สร้างระบบนิเวศใหม่แก้ปัญหายั่งยืน

(1 เม.ย. 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในสภาฯ สนับสนุนการตั้ง กมธ. วิสามัญเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า โดยเสนอให้มีการปฏิรูปการใช้ที่ดินและสร้างแนวกันชนอย่างเป็นทางการ พร้อมนำงานวิจัยมาใช้ในการคุมกำเนิดช้างและสร้างระบบนิเวศป่าขึ้นใหม่เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารเพียงพอ ทั้งนี้ที่ประชุมสภาฯ มีมติส่งเรื่องให้ กมธ. ที่ดินฯ และ ครม. รับไปดำเนินการต่อทันทีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

#ข่าวtiktok #ประชุมสภา #ข่าวการเมือง #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ช้างป่า

4/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มานาน ผมเห็นว่าการที่รองนายกฯ ยศชนัน提出แนวทางคุมกำเนิดช้างป่าร่วมกับการสร้างแนวกันชนและระบบนิเวศใหม่ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจและสมเหตุสมผลอย่างมาก การใช้แนวกันชนที่ได้รับการวางแผนอย่างเป็นระบบอย่างเช่นแนวรั้วหรือแนวพุ่มไม้ชนิดพิเศษ สามารถช่วยลดโอกาสในการปะทะระหว่างช้างกับชาวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การคุมกำเนิดช้างป่าอย่างเหมาะสมจะช่วยควบคุมจำนวนประชากรช้างไม่ให้เกินความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ และช่วยลดปัญหาการขยายตัวของช้างที่อาจลุกลามเข้ามาถึงพื้นที่ที่ไม่ควรเข้าถึง สำหรับการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่เสนอไว้ ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะช้างป่าต้องการแหล่งอาหารและพื้นที่ที่เหมาะสม การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เหมาะสมช่วยให้ช้างมีอาหารและที่พักพิงเพียงพอ ซึ่งจะลดการออกหากินในพื้นที่ชุมชนและลดการปะทะ ส่วนตัวผมมองว่าการปฏิรูปการใช้ที่ดินก็เป็นจุดสำคัญที่จะทำให้แนวทางนี้ประสบความสำเร็จ โดยการจัดสรรที่ดินให้เหมาะสมและสร้างสิ่งแวดล้อมที่สมดุลจะทำให้ไม่เกิดการแทรกแซงกันระหว่างพื้นที่ของมนุษย์และช้างป่า ทั้งนี้ การนำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการช้างป่าจะช่วยให้มีข้อมูลและแนวทางที่ถูกต้องมากขึ้น จากประสบการณ์ของผมที่เคยเห็นการบริหารจัดการสัตว์ป่าที่มีผลกระทบต่อชุมชน การมีมาตรการแบบครบวงจรอย่างที่รองนายกฯ เสนอจะเป็นแนวทางที่จำเป็นและเหมาะสมในการรักษาสมดุลระหว่างการอยู่ร่วมกันของคนและช้าง ในระยะยาวจะส่งผลดีต่อทั้งความปลอดภัยของคนและการอนุรักษ์ช้างป่าอย่างยั่งยืน