自動翻訳されています。元の投稿を表示する

✨ がんは「甘いもの」が好きですよね?✨

砂糖はがんを直接養うことはありません🤔

👉2026の医療データは、砂糖を食べることががんの増殖を直接引き起こすわけではないことを確認しています。砂糖またはグルコースは、がん細胞だけでなく、体内のすべての細胞が必要とする基本的なエネルギーです。私たちが食べる砂糖は、がんを養うためではなく、体全体で使用されます。✅

なぜ癌は「砂糖が好き」と信じるので🤔

👉この信念は、1924年にオットー・ワールブルグ博士が行った研究から来ており、がん細胞が正常な細胞よりも糖分をより速く、より多く使用することを発見した「ワールブルグ効果😱」と呼ばれるものです。これにより、PETスキャン検査でがんが明らかになりますが、この特性はがん細胞の性質です。それは、彼らがより甘いものを食べてからがんがより速く成長することを意味するわけではありません。✨

砂糖は癌と何の関係があるのでしょうか?🤔

正しい答えは、砂糖が3つの主な要因を介して「間接的に」がんのリスクを増加させるということです。

1.肥満✅

過剰な糖分摂取は肥満を引き起こし、多くのがんの危険因子となります。

🔴乳がん

🔴大腸がん

🔴膵臓がん

2.持続的な高インスリンレベル✅

砂糖はインスリン分泌を刺激します。インスリンが長期間高い場合、異常な細胞増殖を促進する可能性があります。

3.慢性の炎症。✅

甘い食品や加工食品は体内の炎症を増加させ、がんにつながる環境を作り出します。

現在の医療データからのアドバイス😍✨

がん患者のために

✅適切な量の砂糖を食べることができます。

✅は、1日の総エネルギーの10%を超えてはなりません。

✅目標は「体の強さを維持する」ことです。

正しい甘味の源を選びましょう。

✅果物からの自然な砂糖

✅全粒穀物。

炎症を抑えるビタミン、抗酸化物質、食物繊維が含まれています。

避けるべき

🔴ネクター

🔴スイーツ

🔴シュガードリンク

🔴砂糖を添加した加工食品(Added Sugar)

簡潔な要約、理解しやすい。✨

👉がんは砂糖だけでは成長しませんが、バランスの取れた体でよく成長します。甘くて健康的な食事をし、良い糖質😍を選び、適切な栄養管理をすることは、がん患者と一般の人々の両方にとって正しいアプローチです✨

#がん #砂糖とがん #デザート #糖尿病 #FUDAがん病院

1/23 に編集しました

... もっと見るพอเจอคำถามเรื่อง “มะเร็งชอบหวานจริงไหม” หลายคนจะเผลอทำแบบสุดโต่งคือ “งดน้ำตาลทุกชนิด” แต่จากที่ฉันคุยกับนักกำหนดอาหารและอ่านคำแนะนำทางการแพทย์ สิ่งที่สำคัญกว่าไม่ใช่การตัดหวานแบบหักดิบ แต่คือการคุม “ปริมาณ + แหล่งที่มา” และดูแลภาวะอักเสบ/น้ำหนัก/น้ำตาลในเลือดให้สมดุล โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องมะเร็งทวาร มะเร็งผิวหนัง และมะเร็งโคนลิ้น มะเร็งทวาร: โฟกัสลำไส้และการขับถ่ายให้ดี - สิ่งที่คนค้นหาบ่อยคือ “กินอะไรได้/ไม่ได้” เพราะกลัวท้องผูกหรือถ่ายแสบ ระหว่างรักษาหรือหลังผ่าตัดฉายแสง ฉันพบว่าอาหารที่ช่วยมากคืออาหารอ่อน ย่อยง่าย แต่ยังมีใยอาหารแบบพอดี เช่น ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น เต้าหู้ ผักต้มสุกนิ่ม กล้วยสุก - ลดของหวานที่ทำให้ถ่ายยากหรือแน่นท้อง เช่น เค้ก ครีม น้ำหวาน เพราะมักมาคู่กับไขมันสูงและน้ำตาลเสริม (added sugar) ซึ่งกระตุ้นการอักเสบได้ - ดื่มน้ำให้พอ และถ้าต้องการหวานให้เลือก “หวานธรรมชาติ” จากผลไม้ทั้งลูก (ไม่ใช่น้ำผลไม้) จะได้ใยอาหารช่วยระบบขับถ่าย มะเร็งผิวหนัง: ระวังการอักเสบและน้ำหนักตัว + อย่าลืมกันแดด - น้ำตาลไม่ได้ทำให้ก้อนโตโดยตรง แต่การกินหวานจัด/เครื่องดื่มหวานเป็นประจำทำให้พลังงานเกิน น้ำหนักขึ้น และเกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยมะเร็ง - สิ่งที่ฉันทำคือเปลี่ยนจากชา/กาแฟหวานเป็น “หวานน้อย” หรือไม่ใส่น้ำตาล แล้วเติมโปรตีนและไขมันดีในมื้อ เช่น ปลา ถั่ว อะโวคาโด เพื่อให้อิ่มนาน ลดอยากของหวานจุบจิบ - อีกมุมที่หลายคนพลาดคือการดูแลผิว: ทากันแดด สวมเสื้อแขนยาว เลี่ยงแดดจัด (สำคัญมากสำหรับคนกังวลมะเร็งผิวหนัง) มะเร็งโคนลิ้น: ปัญหากลืนลำบากทำให้ “ได้พลังงานไม่พอ” ง่าย - คนไข้จำนวนมากกินได้น้อยจากเจ็บคอ แผลในปาก น้ำลายเหนียว หรือกลืนติด ทำให้ผอมเร็ว ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายคือรักษาความแข็งแรงของร่างกาย - ถ้าจำเป็นต้องเพิ่มพลังงาน “หวานเล็กน้อย” ในอาหารเนื้อนิ่มทำได้ เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติใส่ผลไม้ปั่น ข้าวโอ๊ตนิ่ม ๆ หรือสมูทตี้ที่ไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม แต่เพิ่มโปรตีน (นม/เวย์/เต้าหู้) - เลี่ยงของหวานที่ระคายคอ เช่น น้ำอัดลม ของหวานจัดจัด เย็นจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาจแสบแผลและทำให้กินได้น้อยลง ทริคส่วนตัวในการ “คุมหวาน” แบบไม่เครียด 1) ดูฉลากคำว่า added sugar/น้ำเชื่อม/ฟรุกโตสไซรัป แล้วเลือกแบบหวานน้อย 2) ถ้าอยากหวาน ให้กินหลังมื้อหลักเล็กน้อย แทนการจิบทั้งวัน (ช่วยคุมอินซูลินและฟัน) 3) ตั้งเป้า 10% ของพลังงานต่อวันเป็นเพดาน และให้ความสำคัญกับโปรตีน ผัก ผลไม้ทั้งลูก ธัญพืชไม่ขัดสี สรุปคือ ไม่ต้องกลัวน้ำตาลจนไม่กล้ากินอะไรเลย แต่ควรเลี่ยงน้ำหวาน/ขนมหวานจัดและอาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลเสริม เลือกความหวานให้ “มาจากอาหารจริง” และปรับตามอาการของมะเร็งแต่ละตำแหน่ง จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้จริงและรักษากำลังได้ดีขึ้น