塩コショウを吐きましょう。
ラヨンは塩チリを呼びました。😆#ディップソース #Howtoの使い方 #辛い #ラヨング #ホット
ถ้าพูดถึง “น้ำพริกเกลือ” เวอร์ชันบ้านๆ แบบที่คนระยองคุ้นกัน จุดเด่นคือทำเร็ว วัตถุดิบน้อย แต่รสชัด เผ็ด-เค็ม-หอม และความ “นัว” จากการตำให้เข้ากันดีๆ เราชอบทำไว้ติดครัว เวลาอยากได้น้ำจิ้มแซ่บๆ จิ้มกับอะไรก็รอด วัตถุดิบพื้นฐานที่ทำบ่อย - พริกขี้หนูสวน (ชอบเผ็ดมากก็เพิ่มได้) - กระเทียมไทย - เกลือ (แนะนำเริ่มน้อยๆ แล้วค่อยเติม) - น้ำตาลนิดเดียว (ช่วยตัดให้กลม) - มะนาว (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่สไตล์) - กุ้งแห้งป่น/ปลาแห้งป่น (ถ้ามีจะหอมและนัวขึ้นมาก) วิธีตำแบบง่ายๆ ที่ได้รสเหมือนกินแถวบ้าน 1) เริ่มจากตำกระเทียมกับเกลือก่อน ให้เกลือละลายและช่วยดึงกลิ่นกระเทียมออกมา 2) ใส่พริกขี้หนูลงไปตำพอแตก (อย่าตำเละจนขม ถ้าอยากมีเท็กซ์เจอร์) 3) เติมน้ำตาลปลายช้อนแล้วชิมก่อน จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเกลือทีละนิดจนได้ความเค็มที่ชอบ 4) ถ้าจะใส่มะนาว ให้บีบตอนท้ายแล้วคลุก/ตำเบาๆ แค่น้ำพริกเข้ากัน กลิ่นจะสดกว่า 5) ใส่กุ้งแห้งป่นหรือปลาแห้งป่น แล้วตำให้เข้ากันอีกนิด ความนัวจะมาเลย ทริคส่วนตัวให้ “เค็มนัว ไม่เค็มโดด” - เกลือใส่ทีละน้อย เพราะพอตำแล้วรสจะชัดขึ้นเรื่อยๆ - ถ้าเผลอเค็มไป เติมน้ำมะนาวเพิ่ม หรือใส่น้ำตาลอีกปลายช้อนช่วยบาลานซ์ - อยากหอมขึ้น ลองคั่วพริกกับกระเทียมแห้งๆ ในกระทะแป๊บเดียวก่อนตำ (กลิ่นจะละมุนขึ้น) กินกับอะไรอร่อยสุด (ไอเดียที่เราชอบ) - ผลไม้เปรี้ยวๆ: มะม่วงดิบ ฝรั่ง ชมพู่ แตงกวา (เข้ากับน้ำพริกเกลือมาก) - ของทอด: ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ เต้าหู้ทอด จิ้มแล้วตัดเลี่ยนดี - อาหารทะเล: กุ้งลวก ปลาหมึกย่าง/ลวก หรือหอยต่างๆ ใครชอบแซ่บๆ คือฟิน - ข้าวสวยร้อนๆ + ไข่เจียว: เมนูสิ้นคิดที่อร่อยเกินเรื่อง การเก็บรักษา ถ้าตำแบบแห้งๆ (ไม่ใส่มะนาว) เก็บในกระปุกสะอาดแช่เย็นได้ประมาณ 3–5 วัน แต่ถ้าใส่มะนาว แนะนำทำกินวันต่อวันจะหอมสดกว่า และรสไม่เพี้ยน ลองทำครั้งแรกให้เริ่มรสกลางๆ ก่อน แล้วค่อยปรับ “เผ็ด-เค็ม-เปรี้ยว” ตามที่ตัวเองชอบ รับรองได้ถ้วยน้ำจิ้มแซ่บๆ แบบน้ำพริกเกลือไว้จิ้มได้ทุกมื้อ



























