เกลือแกง VSเกลือชมพูราคาต่างกันดีกว่ากันแค่ไหน?

ในวัยเลข 4+ ที่ระบบเผาผลาญเริ่มงอแง และอาการตัวบวมถามหาได้ง่าย หลายคนกลัว "ความเค็ม" แต่รู้ไหมคะว่า ร่างกายเราขาดเกลือไม่ได้ (เพราะต้องใช้โซเดียมคุมสมดุลน้ำและระบบประสาท)

​โจทย์คือ... แล้วเราจะกินเค็มยังไง ให้ "ทำร้ายร่างกายน้อยที่สุด"?

คำตอบที่เราเลือกใช้ในครัวที่บ้านตอนนี้คือ

"เกลือหิมาลายัน" (Himalayan Pink Salt) ค่ะ

​ทำไมต้องเกลือสีชมพู? วันนี้สรุปมาให้ 3 ข้อเน้นๆ ค่ะ:

​ 1. ความบริสุทธิ์จากยุคจูราสสิก (Pure & Clean)

เกลือแกงสีขาวจั๊วะที่เราคุ้นเคย ส่วนใหญ่ผ่านกระบวนการทางเคมี เพื่อให้ร่วนสวย

แต่ "เกลือชมพู" คือเกลือที่ตกผลึกจากทะเลโบราณเมื่อ 250 ล้านปีก่อน! ถูกฝังอยู่ใต้เทือกเขาหิมาลัย ทำให้รอดพ้นจากมลพิษทางทะเลและไมโครพลาสติกในยุคปัจจุบัน เป็นความเค็มที่ "คลีน" ที่สุดเท่าที่ธรรมชาติจะให้ได้

​ 2. ไม่ใช่แค่เค็ม แต่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ 84 ชนิด

สีชมพูสวยๆ นั่นไม่ใช่สีผสมอาหารนะคะ แต่มันคือสีของ "แร่ธาตุ" ค่ะ

ในขณะที่เกลือทั่วไปมีแค่โซเดียมกับคลอไรด์ แต่เกลือชมพูมีแร่ธาตุแทรกอยู่ถึง 84 ชนิด เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก

💡 มุมมองพยาบาล: ถึงปริมาณแร่ธาตุจะไม่เยอะเท่าวิตามินเม็ด แต่การปรุงอาหารด้วยเกลือที่มีแร่ธาตุธรรมชาติ ย่อมดีกว่าการสาดโซเดียมโดดๆ เข้าร่างกายแน่นอนค่ะ

​3. รสชาติที่ "นัว" จนลดโซเดียมได้โดยไม่รู้ตัว

ใครเคยชิมจะรู้ว่า เกลือชมพูจะไม่เค็มโดด ไม่เค็มแสบลิ้น แต่จะมีความ "หวานปลายๆ" ทำให้เวลาปรุงอาหาร เราจะใส่ปริมาณน้อยลงโดยอัตโนมัติแต่อาหารยังอร่อยอยู่ ช่วยให้เราลดการรับโซเดียมเกินความจำเป็นได้ค่ะ

​⚠️ ข้อควรระวัง

ถึงจะดีแค่ไหน "เกลือก็คือเกลือ" นะคะ ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่าง ความดันโลหิตสูง โรคไต หรือโรคหัวใจ ยังต้องจำกัดปริมาณโซเดียมต่อวันอย่างเคร่งครัดเหมือนเดิม (ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน)

เพียงแต่ในโควตาที่เรากินได้... เราจึงเชียร์ให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุดเข้าร่างกายค่ะ

การเปลี่ยนเกลือ อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับวัยเราที่สะสมสารเคมีมาครึ่งชีวิตแล้ว การตัดสารเคมี ออกจากมื้ออาหารได้ทุกวัน คือการ "รักตัวเอง" ในระยะยาวที่คุ้มค่ามากค่ะ

​ปล.

"มีข้อเดียวที่ต้องรู้ เกลือชมพูไม่มีการเติมไอโอดีน เหมือนเกลือแกง นะคะ

ดังนั้น ใครที่เปลี่ยนมาใช้เกลือชมพู 100% อย่าลืมทาน ไข่แดง สาหร่ายทะเล หรืออาหารทะเล ให้เพียงพอด้วยนะคะ เพื่อป้องกันการขาดไอโอดีน หรือจะใช้วิธีสลับใช้กับน้ำปลา/เกลือแกงบ้าง เช่นในอาหารหม้อใหญ่เราก็ปรุงเกลือปกติแต่ใช้เกลือชมพูในอาหารจานโปรดหรือเมนูสุขภาพก็ได้ค่ะ ❤️

#ลดโซเดียม #himalayansalt#เกลื#สุขภาพดีกับlemon8 #HealthTips

2/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าเกลือแกงคือเกลืออะไร และควรเลือกใช้เกลือประเภทไหนให้เหมาะสมกับสุขภาพ เราขอแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ เกลือแกงเป็นเกลือที่ใช้กันทั่วไปในครัวเรือน ด้วยความเค็มจัดและผ่านกระบวนการทางเคมีทำให้เกลือแกงดูขาวจั๊วะและร่วนง่าย แต่ข้อเสียคืออาจมีสารตกค้างและไม่เหมาะกับคนที่ต้องการลดโซเดียมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูง ส่วนเกลือชมพูหิมาลายันที่เราหันมาใช้ช่วงนี้ มีความพิเศษตรงที่มันมาจากทะเลโบราณใต้เทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกลือชมพูบริสุทธิ์และปราศจากสารเคมี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติจำนวนมากถึง 84 ชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีขึ้น แม้จำนวนแร่ธาตุไม่ได้มากเท่าวิตามินเม็ด แต่ก็ช่วยเสริมสุขภาพได้ในระยะยาว หลายคนที่ลองใช้เกลือชมพูบอกว่ารสชาติไม่เค็มโดดเหมือนเกลือแกง มีความหวานปลาย ๆ ทำให้อาหารอร่อยแม้เติมปริมาณน้อย จึงช่วยให้เราลดโซเดียมได้ง่ายๆ โดยไม่รู้ตัว แต่ข้อควรระวังคือเกลือชมพูไม่มีการเติมไอโอดีนเหมือนเกลือแกง จึงแนะนำให้รับไอโอดีนจากอาหารทะเล ไข่แดง หรือสาหร่ายทะเล หรืออาจสลับใช้กับเกลือแกงในบางมื้อเพื่อป้องกันการขาดไอโอดีน สำหรับวัย 40+ ที่ระบบเผาผลาญเริ่มลดลงและมีอาการบวมง่าย การเลือกใช้เกลือที่ดีและปลอดภัยอย่างเกลือชมพูนี้ ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาวค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วยการเลือกอาหารที่ดี เริ่มต้นที่เกลือในครัวเรือนเช่นนี้ก่อนนะคะ

ค้นหา ·
เกลือ ชมพู

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Chapter40+with me
Chapter40+with meผู้สร้าง

ขออนุญาตแนะนำยี่ห้อที่ใช้อยู่นะคะ ของคุณภาพดี ราคาไม่แรงค่ะ เผื่อเพื่อนๆจะลองทาน https://s.shopee.co.th/6pv4VRibIm