สิทธิลูกจ้างหญิงมีครรภ์ตามกฎหมายแรงงาน
นายจ้าง "ห้ามละเมิดสิทธิ" ลูกจ้างหญิงมีครรภ์🤰🏻⚖️
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
1. ลาคลอดได้ไม่เกิน 120 วัน🤱🏻📅 (มาตรา 41)
รวมวันตรวจครรภ์ก่อนคลอด และนับรวมวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี
นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ไม่เกิน 60 วัน 💵 (มาตรา 59)
หมายความว่า 60 วันหลัง ได้สิทธิลาแต่จะไม่ได้รับค่าจ้าง
2. ห้ามสั่งทำงานเสี่ยงอันตรายอย่าง ใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ 🏗️🚫 (มาตรา 39)
งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน
งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม
งานที่ทำในเรือ
งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
3. ห้ามทำงานช่วง 22.00 น. - 06.00 น.🤰🏻❌ (มาตรา 39/1)
และห้ามสั่งทำโอที ทำงานในวันหยุด
กรณีตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ ธุรการ งานด้านบัญชี การเงิน อาจให้ลูกจ้างทำโอทีได้เท่าที่ไม่กระทบต่อสุขภาพ และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนทุกครั้ง
4. ห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์ (มาตรา 43) กรณีเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิ
ค่าชดเชย หากทำงานครบ 120 วัน (มาตรา 118)
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีนายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง (มาตรา 17)
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เ ป็นธรรม (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 49)
ค่าจ้างวันลาพักร้อนที่ยังไม่ได้ใช้ ได้แก่ วันลาพักร้อนสะสมและตามส่วน (มาตรา 67)
อย่าลืมใช้สิทธิประกันสังคม🪪
หากส่งเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
สามารถรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน (ยกเว้นกรณีคลอดบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้สิทธินี้) ตามหลักเกณฑ์ของประกันสังคม
สิทธิของคุณแม่ คือสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง หากถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย สามารถเรียกร้องสิทธิได้💜
#Lawเคลียร์ #กฎหมายแรงงาน #ลาคลอด #ประกันสังคม #ลูกจ้างหญิงมีครรภ์





















































