Bone Broth ep.2 🍲✨
❓ ทาน Bone Broth แล้วจะเป็นเก๊าท์ไหม?
Bone broth ที่ทำจากกระดูกไก่ จะมีพิวรีนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้สูงเท่าอาหารบางชนิดอย่างเช่นเครื่องในหรือปลาซาร์ดีน เมื่อร่างกายย่อยพิวรีนจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก หากกรดยูริกสะสมมากเกินไป จึงอาจทำให้เกิดโรคเก๊าท์ได้ ทานไก่ไม่ได้ให้เป็นเก๊าท์นะ ทุกอย่างควรทานในปริมาณที่พอดี
❓ Slow Cook กับ Pressure Cook ต่างกันอย่างไร?
✨ Slow Cook คือการเคี่ยวไฟอ่อนเป็นเวลานาน 12-24 ชั่วโมง เพื่อค่อย ๆ สกัดคอลลาเจน เจลาติน และแร่ธาตุจากกระดูก ทำให้ได้ซุปที่รสชาติกลมกล่อม
✨ Pressure Cook ใช้แรงดันสูง ทำให้สกัดสารอาหารได้เร็วขึ้น ใช้เวลาสั้นกว่า แต่รสชาติอาจไม่ลึกเท่าการเคี่ยวแบบช้า
❓ ทำไมต้องฆ่าเชื้อบรรจุภัณฑ์ก่อนบรรจุ?
การฆ่าเชื้อขวดหรือภาชนะก่อนบรรจุ เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร ช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์
.
.
หลายคนถามว่า Bone Broth คืออะไร ต่างจากน้ำซุปทั่วไปยังไง? จากที่เราลองทำ “ซุปกระดูกไก่” เองบ่อย ๆ สรุปแบบเข้าใจง่ายคือ Bone Broth คือซุปที่เคี่ยวกระดูก (มักรวมถึงเอ็น/กระดูกอ่อน) นานเป็นพิเศษ เพื่อดึงเจลาติน คอลลาเจน และแร่ธาตุออกมา ทำให้น้ำซุปจะมีความ “หนึบ ๆ” และถ้าแช่เย็นมักจะเซ็ตตัวเป็นวุ้นบาง ๆ ได้ค่ะ สิ่งที่เราชอบใน bone broth คือความอิ่มท้องและความเข้มข้นของรสชาติ ดื่มเป็นถ้วยก็อยู่ท้อง หรือเอาไปทำเมนูง่าย ๆ เช่น ใส่แทนสต็อกในโจ๊ก/ข้าวต้ม/ซุปผัก/ต้มเส้น ก็ช่วยยกระดับรสชาติแบบไม่ต้องพึ่งผงปรุงเยอะ วัตถุดิบที่นิยมใส่ (อ้างอิงจากที่เราทำและจากในภาพ) จะมี กระดูกไก่, แครอท, เซเลอรี่, หอมใหญ่/กระเทียม, ใบเบย์ลีฟ, พริกไทยเม็ด, เกลือ และที่สำคัญคือ Apple Cider Vinegar (ACV) เล็กน้อย โดยเรามักใส่ ACV ประมาณ 1–2 ช้อนโต๊ะต่อหม้อใหญ่ เติมตั้งแต่เริ่มเคี่ยว เหตุผลคือช่วยดึงแร่ธาตุบางส่วนออกจากกระดูกได้ดีขึ้น (รสเปรี้ยวไม่เด่นถ้าใส่พอดี) เรื่องที่คนกังวลมากคือ “Bone broth เสี่ยงเก๊าท์ไหม?” โดยหลัก ๆ มันเกี่ยวกับพิวรีน ซึ่งมีอยู่ในอาหารจากสัตว์หลายชนิด กระดูกไก่มีพิวรีนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้จัดว่าสูงเท่าเครื่องในหรือปลาบางชนิด สิ่งที่เราใช้เป็นแนวทางคือ ถ้าไม่ได้เป็นเก๊าท์อยู่แล้ว ดื่มในปริมาณพอดีและไม่กินร่วมกับอาหารพิวรีนสูงหลายอย่างพร้อมกันก็โอเค แต่ถ้าเป็นคนกรดยูริกสูง/เคยเป็นเก๊าท์ แนะนำให้คุมปริมาณ ทดลองทีละน้อย และสังเกตอาการตัวเอง รวมถึงปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารจะปลอดภัยที่สุดค่ะ ถ้าถามว่าควรเลือก Slow Cook หรือ Pressure Cook ดี เรามองว่าเลือกตามไลฟ์สไตล์เลย: - Slow Cook: เหมาะกับคนชอบรสลึก ๆ กลมกล่อม เคี่ยว 12–24 ชม. ได้ความหอมและ body ของซุปดีมาก - Pressure Cook: เหมาะกับวันเร่งรีบ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ซุปเข้มข้น แต่เราจะคอยช้อนฟอง/กรองดี ๆ เพื่อให้รสสะอาด ทริคที่ช่วยให้ซุปอร่อยและเก็บได้นานขึ้น: หลังเคี่ยวเสร็จให้กรอง แล้วรีบทำให้เย็น (แบ่งใส่ภาชนะตื้น ๆ) ก่อนแช่ตู้เย็น จะช่วยลดความเสี่ยงการบูด และตอนบรรจุอย่าลืมฆ่าเชื้อขวด/ภาชนะ (ลวกน้ำร้อนหรืออบให้แห้งสนิท) เพื่อความปลอดภัยของอาหารค่ะ สุดท้าย ถ้าเพิ่งเริ่มทำ bone broth แนะนำให้ทำล็อตเล็กก่อน ปรับความเค็ม/สมุนไพรให้เข้ากับที่บ้าน แล้วค่อยทำหม้อใหญ่ จะสนุกและได้สูตรประจำตัวเร็วมากค่ะ










































