ตุ๋นกระหล่ำปลีเจ
ถ้าใครกำลังหาเมนู “ต้มกะหล่ำปลีเจ” ที่ทำง่าย กินได้ทั้งบ้าน และได้รสหวานธรรมชาติจากผักเอง เมนูนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่ทำบ่อยมาก เพราะวัตถุดิบไม่เยอะ แต่รสชาติละมุน สบายท้อง แถมเหมาะกับวันที่อยากกินอะไรเบาๆ วัตถุดิบพื้นฐานที่ใช้บ่อย - กะหล่ำปลี 1 หัว (เลือกหัวที่แน่น ใบสด ไม่ช้ำ) - เห็ดหอมสด/เห็ดนางรม (เพิ่มความหวานและกลิ่นหอม) - เต้าหู้ขาวหรือเต้าหู้ทอด (เพิ่มโปรตีนให้อิ่ม) - แครอทเล็กน้อย (ช่วยเพิ่มหวานธรรมชาติและสีสวย) - ซีอิ๊วขาวเจ, เกลือ, น้ำตาลนิดเดียว (ปรับรสตามชอบ) - พริกไทย หรือขึ้นฉ่าย (ใส่ตอนท้ายให้หอม) วิธีทำแบบที่ได้ซุปหวาน ไม่จืด 1) ล้างกะหล่ำปลีแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ไม่ต้องบางมาก เพราะต้มแล้วจะยุบ 2) ตั้งน้ำให้เดือดอ่อนๆ ก่อนค่อยใส่แครอทและเห็ด ต้มประมาณ 5–7 นาทีเพื่อดึงความหวานออกมา 3) ใส่กะหล่ำปลีตามลงไป ลดไฟลงให้น้ำเดือดแบบปุดๆ (ไฟแรงไปกะหล่ำจะเละและน้ำซุปขุ่น) 4) ใส่เต้าหู้ แล้วปรุงด้วยซีอิ๊วขาวเจ + เกลือนิดเดียว ชิมก่อนค่อยเติมน้ำตาลปลายช้อน (บางวันไม่ต้องใส่เลยก็หวานพอ) 5) ต้มต่ออีกประมาณ 5–10 นาทีจนกะหล่ำนุ่ม “แต่ยังมีความกรอบนิดๆ” ปิดไฟ ใส่พริกไทย/ขึ้นฉ่าย เคล็ดลับที่ช่วยให้ “ต้มกะหล่ำปลีเจ” อร่อยขึ้น - ถ้าชอบน้ำซุปหวานมากๆ ลองใส่หัวไชเท้าหั่นท่อนเล็กน้อย (หวานแบบละมุน) - อยากให้หอมขึ้นแบบไม่ต้องใส่ผงปรุงรส ใช้เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ แล้วใส่น้ำแช่เห็ดลงไปนิดหน่อย - ไม่ควรต้มกะหล่ำนานเกิน 15–20 นาที เพราะจะนิ่มเละ สีหม่น และกลิ่นผักแรง ไอเดียเพิ่มความอิ่ม (ทำเป็นมื้อหลักได้) - ใส่วุ้นเส้น/เส้นบุกตอนท้าย หรือเติมลูกชิ้นเจ/โปรตีนเกษตรที่ลวกแล้ว - กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และน้ำจิ้มซีอิ๊วพริก (เจ) จะช่วยตัดเลี่ยนและกินง่ายขึ้น ส่วนตัวชอบทำหม้อใหญ่แล้วแช่ตู้เย็นไว้ วันถัดไปอุ่นกินน้ำซุปจะยิ่งหวานขึ้นอีกนิด เหมาะมากสำหรับช่วงกินเจหรือวันที่อยากกินซุปใสๆ เบาๆ แต่ยังอิ่มอยู่ค่ะ










































