Menu: Duck curry with a bowler of soft coconut.
ถ้าใครกำลังหา “แกงเป็ดกะลามะพร้าว” แบบรสจัดจ้านสไตล์ใต้ เมนูนี้ทำแล้วหอมมากค่ะ โดยเฉพาะตอนใส่ใบมะกรูดช่วงท้าย กลิ่นขึ้นทันที แถมกะลามะพร้าวอ่อน (บางบ้านเรียก “เหมงพร้าว”) จะช่วยให้แกงมีความมันนัว เคี้ยวเพลินกว่าที่คิด ทริคเลือกวัตถุดิบให้แกงออกมานุ่มอร่อย - เป็ด: เลือกส่วนที่มีหนังและมันนิดๆ จะช่วยให้น้ำแกงหอม (น่อง/สะโพกกำลังดี) ถ้าใช้เป็ดทั้งตัวให้สับชิ้นพอดีคำ - กะลามะพร้าวอ่อน/เหมงพร้าว: เลือกที่ยังอ่อน ขูดแล้วเป็นแผ่นบางๆ ไม่แข็ง เวลากินจะกรุบๆ มันๆ - ใบมะกรูด: ใช้ใบแก่กำลังดี ฉีกก้านกลางออก กลิ่นจะหอมชัด วิธีลดกลิ่นสาบเป็ด (ทำแล้วเห็นผลจริง) 1) ล้างเป็ดแล้วขยำเกลือเล็กน้อย จากนั้นล้างออกให้สะอาด 2) ลวกเป็ดในน้ำเดือด 2–3 นาทีแล้วเทน้ำทิ้ง (ช่วยตัดกลิ่นและคราบเลือด) 3) ค่อยเริ่มต้ม/ตุ๋นด้วยน้ำใหม่ จะได้น้ำแกงใสและหอมกว่า จังหวะการใส่เครื่องให้รสไม่เพี้ยน - ผัดพริกแกงเผ็ด/พริกแกงใต้กับน้ำมันเล็กน้อยก่อน (ถ้ามีหัวกะทิเล็กน้อยใส่ผัดได้ยิ่งหอม) แล้วค่อยเติมน้ำให้เดือด จะช่วยดึงกลิ่นเครื่องเทศออกมาเต็มๆ - ใส่เป็ดลงไปตอนน้ำแกงเดือด แล้วลดไฟตุ๋นยาวๆ จนเปื่อย (ถ้ามีหม้อความดันจะย่นเวลาได้มาก) - ใส่กะลามะพร้าวอ่อน/เหมงพร้าวช่วงท้ายๆ เพราะถ้าตุ๋นนานไปจะนิ่มเกินและกลิ่นหอมจะหาย - ใบมะกรูดใส่ปิดท้ายก่อนปิดไฟ 1–2 นาที กลิ่นจะสดชื่นที่สุด การปรุงรสให้ได้ “รสใต้” แบบกลม พื้นๆ จะมีเกลือ น้ำปลา น้ำตาลนิดเดียวตัดปลาย และบางคนเติมผงปรุงรสนิดหน่อยตามชอบ แนะนำชิมทีละนิด เพราะพริกแกงแต่ละร้านเค็มเผ็ดไม่เท่ากัน ถ้าเผ็ดไปเติมน้ำเพิ่มแล้วค่อยปรับเค็มใหม่จะคุมง่ายกว่า กินคู่กับอะไรอร่อย ส่วนตัวชอบกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวก็เข้ากัน และถ้ามีผักเหนาะอย่างแตงกวา ถั่วฝักยาว หรือผักลวก จะช่วยตัดความเผ็ดเครื่องเทศ ทำให้กินได้เรื่อยๆ เลยค่ะ































































