เทคนิควิ่งสม่ำเสมอ
จะเป็นอะไรไปไม่ได้ ต้องรองเท้าสำหรับซ้อม
- เหมาะสำหรับนักวิ่งเริ่มต้น และสายแฟชั่น เเม็ชกับชุดได้ง่าย ดีไซน์สวยงามทันสมัย ใส่แล้วใครๆต้องมอง
- ใช้วิ่งซ้อมระยะสั้นถึงปานกลาง (5-21กม.)
- มีความนุ่มเบาๆ มีแรงส่งเท้าเล็กน้อยทำให้การวิ่ง Smooth มากขึ้น ไหลลื่น
แนะนำให้เผื่อไซส์สัก 1 ไซส์นะ
เช่น เท้า 265 เลือก 275
ขอให้สนุกกับกายออกกำลังกายกันนะทุกคน
คำถามที่โดนถามบ่อยที่สุดของ Adidas Adizero EVO SL คือ “ต้องเผื่อไซส์ไหม?” จากที่ลองใส่ซ้อมเอง (และเคยพลาดกับการใส่พอดีเกินไป) ขอตอบแบบเข้าใจง่ายว่า “ส่วนใหญ่ควรเผื่อ 0.5–1 ไซส์” โดยเฉพาะคนหน้าเท้ากว้าง หรือชอบใส่ถุงเท้าวิ่งหนาๆ เพราะเวลาเราวิ่งเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อย และปลายเท้าจะไหลไปข้างหน้าตอนลงน้ำหนัก วิธีเช็กว่าเผื่อแล้วกำลังดีไหม (ลองทำตอนลองรองเท้า) 1) ใส่ถุงเท้าที่ใช้วิ่งจริง แล้วผูกเชือกให้แน่นระดับที่วิ่ง 2) ยืนลงน้ำหนักเต็มเท้า ปลายเท้าควรเหลือระยะประมาณ “หนึ่งนิ้วโป้ง” ไม่ชนหัวรองเท้า 3) ลองกระดกนิ้ว/ขยับนิ้วเท้าได้เล็กน้อย ถ้ารู้สึกบีบด้านข้างตั้งแต่ยืนเฉยๆ วิ่งจริงมีโอกาสเจ็บ 4) ลองเดินเร็ว/เขย่ง/ก้าวยาวๆ ถ้าส้นยกหลุดง่าย แปลว่าใหญ่ไป ให้ลองปรับการร้อยเชือกก่อน (เช่นทำ runner’s loop) แล้วค่อยตัดสินใจ สำหรับคนที่เท้ายาว 265 (26.5 ซม.) แนวทางที่ใช้แล้วโอเคคือขยับไป 275 (27.5) ตามที่แนะนำไว้ เพราะได้พื้นที่ปลายเท้ามากขึ้น วิ่งแล้วไม่ชน โดยเฉพาะตอนซ้อมเกิน 10K ที่เท้ามักเริ่มบวม อีกเรื่องที่หลายคนหาใน Google คือ “adidas evo sl all colors” สีของรุ่นนี้จะมีออกเป็นช่วงๆ ตามดรอปและร้านที่นำเข้า แนะนำให้เช็กชื่อสีจากหน้าเว็บ/กล่องจริง เพราะบางทีสีในรูปกับสีจริงต่างกันนิดหน่อย เคล็ดลับของเราคือเลือกสีที่แมตช์ชุดง่าย (โทนขาว/ดำ/เทา) จะหยิบใส่ได้บ่อย ทั้งไปซ้อมและใส่เดินเที่ยวแบบสายแฟชั่นก็รอด สุดท้าย ถ้าตั้งใจซื้อมา “วิ่งซ้อมสม่ำเสมอ” จริงๆ อย่าลืมโฟกัสความพอดีเป็นหลักมากกว่าสี: หน้าเท้าไม่บีบ ปลายเท้าไม่ชน ส้นไม่หลุด แล้วการซ้อมระยะ 5–21 กม. จะลื่นไหลขึ้นแบบที่รุ่นนี้ทำได้ดีเลย

























