Curry
🍚✨😊 curry, we usually use the paste, but today the paste is out, so use salt and fish sauce instead. The taste is still intense but will not thicken like using the paste. For friends who do not like to eat the paste, recommend this recipe to try to adjust it.
หลายคนถามเหมือนกันว่า “แกงส้มไม่ใส่กะปิได้ไหม” คำตอบคือ ได้แน่นอนค่ะ โดยเฉพาะถ้าในบ้านมีคนไม่ชอบกลิ่นกะปิ หรือวันไหนกะปิหมดแบบเรา สูตรนี้จะเน้นความเปรี้ยวเค็มหวานให้บาลานซ์แทน กลิ่นจะเบากว่า แต่รสยังเข้มข้นอยู่ สิ่งที่เราสังเกตเวลาไม่ใส่กะปิ คือ “ความข้นและกลิ่นลึก” จะลดลงนิดหน่อย เพราะกะปิช่วยทั้งความหอมและตัวเนื้อสัมผัส วิธีแก้แบบบ้านๆ ที่ทำแล้วเวิร์กคือ 1) เพิ่มความเปรี้ยวให้ชัด: เราชอบใช้น้ำมะขามเปียกแบบขวด เพราะสะดวกและรสคงที่ ใส่ทีละน้อย ชิมไปเรื่อยๆ จะคุมรสง่ายกว่ามะขามปั้นเอง 2) เค็มให้พอดีด้วยน้ำปลา + เกลือ: เริ่มจากน้ำปลาเล็กน้อยก่อน แล้วค่อยแตะเกลือทีละหยิบ จะได้รสเค็มกลมไม่โดด (น้ำปลาให้กลิ่นหอม ส่วนเกลือช่วยดันรส) 3) เพิ่มความหอมตอนปิดไฟ: เราชอบบีบมะนาวนิดหน่อยหลังปิดไฟ กลิ่นจะสดขึ้นมาก โดยเฉพาะแกงส้มที่ไม่มีกะปิช่วยเรื่องกลิ่น วัตถุดิบที่เข้ากับสูตรไม่ใส่กะปิของเราคือ “หน่อไม้สดๆ” ล้างให้สะอาด 2 น้ำก่อน แล้วพักไว้ในภาชนะมีฝาปิดมิดชิด กลิ่นหน่อไม้จะไม่แรงเกินไป พอเอามาแกงแล้วเข้ากับรสเปรี้ยวเค็มดีมาก ส่วนโปรตีน เราลองทั้งกระดูกหมูและสามชั้น (บางวันใช้สามชั้นสไลด์) ถ้าอยากให้กินง่ายและไม่เลี่ยน เราจะทอดหมูด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันก่อน แล้วค่อยใส่ลงแกง วิธีนี้ช่วยลดมันในน้ำแกง ทำให้ซดคล่องขึ้น สรุปคือ แกงส้มใส่กะปิไหม “ไม่จำเป็น” ค่ะ ถ้าปรับรสให้ครบ เปรี้ยว-เค็ม-หวาน และเติมความหอมช่วงท้าย ก็ได้แกงส้มรสจัดแบบสบายใจ คนไม่กินกะปิก็กินได้ และยังเข้ากับข้าวสวยร้อนๆ แบบข้าวเรียงเม็ดสุดๆ เลย




























































