ระวัง! กลโกงของกิน ราคาเท่าเดิมแต่ปริมาณลดลง
เคยรู้สึกไหมครับ? ซื้อขนมห่อเดิมที่เคยกินประจำ แต่ทำไมเปิดมามีแต่ลม หรือช็อกโกแลตแท่งเดิมแต่ร่องตรงกลางเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ 🍫 สิ่งนี้ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "Shrinkflation" ครับ คือการที่ผู้ผลิตแอบลดปริมาณลงแทนการขึ้นราคา เพื่อไม่ให้เราตกใจ แต่จริงๆ แล้วเรากำลังจ่ายแพงขึ้นแบบไม่รู้ตัว!
Dailybeam ไม่อยากให้ทุกคนตกเป็นเหยื่อการตลาดแบบเนียนๆ นี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ วัยเรียนที่ชอบกินเล่น หรือพี่ๆ วัยทำงานที่ต้องซื้อของเข้าบ้าน สิ่งที่ทำได้คือการเลิกดูแค่ขนาดบรรจุภัณฑ์ แต่ให้หันมาเช็ก "น้ำหนักสุทธิ" และเปรียบเทียบราคาต่อกรัมดูครับ
การรู้เท่าทันกลโกงแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องประหยัดเงินนะ แต่มันคือการ "ฉลาดใช้ชีวิต" ในยุคของแพงครับ ใครเจอสินค้าตัวไหนที่แอบลดปริมาณจนเห็นชัดบ้าง? มาแชร์พิกัดเตือนเพื่อนๆ กันในคอมเมนต์หน่อยครับ! 👇
จากประสบการณ์ตรงที่ผมสังเกตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ขนมที่ผมเคยซื้อบ่อยๆ อย่างช็อกโกแลตหรือขนมกรุบกรอบ มักมีลักษณะชิ้นเล็กลง หีบห่อเท่าเดิมแต่สิ่งที่อยู่ข้างในลดลงจริงๆ ซึ่งตรงกับที่เรียกว่า "Shrinkflation" หรือการลดปริมาณสินค้าแทนการขึ้นราคา เห็นได้ชัดเวลาเปิดถุงขนมที่เดิมเคยเต็มเปี่ยม ตอนนี้กลับเหลือแค่ไม่กี่ชิ้นและพื้นที่ว่างเต็มถุง หลายครั้งที่เราไม่ทันสังเกตและจ่ายเงินในราคาเดิม แต่ได้ของน้อยลงโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ผมทำเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อคือเริ่มตั้งแต่หันมาอ่านฉลากสินค้าให้ละเอียดมากขึ้น ทั้งน้ำหนักสุทธิและราคาต่อหน่วย เช่น ราคาต่อกรัมหรือมิลลิลิตร เป็นวิธีที่ช่วยให้เห็นความคุ้มค่าที่แท้จริง อีกทั้งการซื้อสินค้าขนาดใหญ่หรือแพ็คคู่ (Big Pack) ก็มีส่วนช่วยให้ราคาต่อหน่วยถูกลง และลดโอกาสเจอกับShrinkflation นอกจากนี้ ผมยังเลี่ยงการซื้อของกินเล่นที่ไม่จำเป็น หรือจำกัดปริมาณที่ซื้อ ทำให้ประหยัดเงินและดีต่อสุขภาพไปพร้อมกัน นับว่าในยุคที่เงินเฟ้อสูง การรู้จักอ่านฉลากและรู้ทันกลโกงราคาแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นมากไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือพนักงานออฟฟิศ โดยเฉพาะของกินที่เราซื้อประจำเพื่อแก้หิวหรือเติมพลังชีวิตทุกวัน ดังนั้นอยากชวนทุกคนมาแบ่งปันประสบการณ์ เช่น สินค้าไหนที่รู้สึกว่าปริมาณลดลงอย่างชัดเจน หรือมีเทคนิคการเลือกซื้ออย่างไร เพื่อช่วยกันตื่นตัวและเลือกใช้จ่ายกันได้อย่างฉลาดมากขึ้นครับ!





