Green curry
The green curry didn't buy basil, it was delicious.# Economy line # Green curry # Join the kitchen with Lemon8
คำถามยอดฮิตเลย: แกงเขียวหวานไม่ใส่โหระพาได้ไหม? จากที่เคยทำเองหลายรอบ (มีรอบนึงลืมซื้อจริงๆ) บอกเลยว่า “ได้” ค่ะ รสชาติยังเป็นแกงเขียวหวานอยู่ เพียงแต่กลิ่นจะขาดความหอมสดแบบใบโหระพานิดหน่อย ซึ่งเราช่วยชดเชยได้ด้วยการปรับเครื่อง/วิธีทำเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่เปลี่ยนเมื่อไม่ใส่โหระพา - กลิ่นสมุนไพรปลายๆ จะเบาลง ทำให้แกงออกแนวกะทิ-พริกแกงเด่นมากขึ้น - ถ้าพริกแกงไม่หอมพอ แกงอาจรู้สึก “ทื่อ” ได้ ดังนั้นขั้นตอนผัดพริกแกงสำคัญมาก ทริคทำให้อร่อยแม้ไม่มีโหระพา 1) ผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้น้ำมันแตกก่อน อันนี้ช่วยดึงความหอมของ “แกงเขียวหวาน” ออกมาแทนกลิ่นใบโหระพาได้ดีมาก ผัดไฟกลางจนหอมและมีน้ำมันกะทิลอยขึ้น (แต่ระวังไหม้) 2) ใส่ใบกะเพรา/ใบแมงลักแทนได้ (ถ้ามี) ไม่ใช่รสเดียวกับโหระพาเป๊ะๆ แต่ช่วยเพิ่มกลิ่นเขียวๆ ให้แกงหอมขึ้น ใส่ตอนท้ายเหมือนโหระพาเลย 3) เพิ่มความหอมด้วยเครื่องที่มีในครัว - ใบมะกรูดฉีก 1–2 ใบ (ใส่นิดเดียวพอ) - พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง เพิ่มกลิ่นสดและสีสวย - ถ้ามี “พริกไทยอ่อน” ใส่นิดหน่อยจะหอมมาก 4) ปรับรสให้กลมกล่อม (ชิมทีละนิด) แกงเขียวหวานที่ดีควรมีเค็ม-หวาน-มัน และเผ็ดแบบนุ่มๆ - เค็ม: น้ำปลา/เกลือ - หวาน: น้ำตาลปี๊บจะนัวกว่า - มัน: เติมกะทิปลายๆ หรือเคี่ยวให้ข้นขึ้น ถ้ารสโดดให้เติมน้ำกะทิหรือน้ำซุปทีละนิดแล้วชิมใหม่ 5) เลือกของใส่ให้ช่วย “คุมกลิ่น” มะเขือเปราะ/มะเขือพวงช่วยให้แกงมีมิติความขมปลายอ่อนๆ ทำให้กินแล้วไม่เลี่ยน โดยเฉพาะตอนเราไม่ได้ใส่โหระพา สรุปคือ แกงเขียวหวานไม่ใส่โหระพาได้ไหม? ได้แน่นอนค่ะ แค่เน้นผัดพริกแกงให้หอม ปรับรสให้กลมกล่อม และเติมสมุนไพรที่มีแทนเล็กน้อย ก็ยังได้แกงเขียวหวานอร่อยๆ แบบสายประหยัดเหมือนเดิม




























































