โรคทางจิตเวช #3 PTSD

โรคบาดแผลทางใจ (PTSD) ไม่ใช่แค่ "คนคิดมาก"

แต่คือเมื่อ "ยามเฝ้าใจ" ขวัญเสีย จนมองทุกอย่างเป็นอันตราย

"ทำไมยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีก? มันนานมาแล้วนะ"

"เลิกคิดมากสิ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง"

​เชื่อว่าคนที่เคยเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Trauma) เช่น อุบัติเหตุ การสูญเสีย หรือการถูกทำร้าย ต้องเคยได้ยินประโยคเหล่านี้จากคนรอบข้างใช่ไหมคะ? จู่ๆ ก็โดนตัดสินว่า "อ่อนแอ" ทั้งที่ลึกๆ แล้ว "อยากลืมใจจะขาด"

​แต่รู้ไหมคะว่าในทางการแพทย์ โรคบาดแผลทางใจหลังเผชิญเหตุสะเทือนขวัญ (Post-Traumatic Stress Disorder - PTSD) ไม่ใช่ความอ่อนแอ ไม่ใช่การคิดมาก

แต่มันคือ "ความทรมาน" ของระบบระบบประสาท

ที่ "ช็อก" จนสมองไม่ยอม 'ปิดสวิตช์เตือนภัย'

​เปรียบเทียบระบบประสาทของผู้ป่วย PTSD

เหมือน "ยามเฝ้าบ้านที่ขวัญเสีย"

ยาม ที่เคยทำหน้าที่ปกติ

แต่หลังจากเจอเหตุการณ์ร้ายแรง

ยามคนนี้กลับช็อกและขวัญหนีดีฝ่อ

​มองทุกอย่างที่คล้ายผู้บุกรุก (เช่น เงา, เสียงดัง, กลิ่น)

เป็นอันตรายถึงชีวิต และสั่งเปิด "ไซเรนเตือนภัย"

ค้างไว้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่ในความกลัวตลอดเวลา

แอดมินสรุปกลไกความวุ่นวายนี้มาไว้ให้แล้วนะ

​(เลื่อนดูภาพประกอบ เพื่อทำความเข้าใจสมองของชาว PTSD ให้ชัดเจนขึ้นนะคะ 🎨)

ข้อความส่งท้ายถึงคนรอบข้าง:

หากคนใกล้ตัวคุณมีอาการเหล่านี้ อย่าไปดุหรือรำคาญที่เขา "เลิกคิดเรื่องอดีตไม่ได้" สักทีนะคะ เพราะเขาเองก็ทรมานและ "อยากลืมใจจะขาด" เหมือนกัน

การจับมือเขาพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อรับยาและทำจิตบำบัด (CBT) คือทางออกที่จะช่วยปลอบยามที่หวาดกลัวในหัวได้ดีที่สุดค่ะ

​(📌 Disclaimer: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้ทางจิตวิทยาและสังเกตตัวเองเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากอาการเหล่านี้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสมนะคะ)

#โลกจิตฯวิทยา #นักจิตวิทยา #การ์ตูนจิตวิทยา #โรคทางจิตเวช #PTSD

3/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการดูแลและสังเกตผู้ที่ผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจมา ความเข้าใจว่า PTSD คืออาการปกติทั่วไปที่แค่คิดมากนั้นไม่ถูกต้องเลย ผู้ป่วย PTSD เหมือนกับยามเฝ้าบ้านที่ขวัญเสียจริง ๆ ยามที่เคยเฝ้าระวังภัยอย่างมีประสิทธิภาพ กลับกลายเป็นคอยเตือนภัยเกินจริงต่อสิ่งเร้ารอบตัว เช่น เสียงดัง เงาตกใจ หรือกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดภัยก็ตาม ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเครียดและวิตกกังวลตลอดเวลา อาการอย่างฝันร้ายซ้ำๆ (Flashbacks) ที่ทำให้ภาพเหตุการณ์ร้ายยังคงย้อนกลับมาในจิตใจ หรือความพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์และความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอดีต (Avoidance) ล้วนเป็นกลไกที่ร่างกายและจิตใจสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม มันกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกถูกจำกัดและเจ็บปวดทางใจมากขึ้น สิ่งที่สำคัญ คือ การให้กำลังใจและความเข้าใจ ไม่รีบตัดสินว่ามีอาการเหล่านี้เพราะเป็นคนคิดมากหรืออ่อนแอ การจับมือและพาไปพบผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับการรักษาทางยาและฝึกจิตบำบัดแบบ CBT (Cognitive Behavioral Therapy) จะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะจัดการกับสัญญาณเตือนภัยในสมองได้ดีขึ้น และรับรู้ว่าเหตุการณ์ร้ายผ่านไปแล้ว ในทางปฏิบัติ ผู้ที่มีความรู้เรื่อง PTSD ควรส่งเสริมบรรยากาศที่ปลอดภัยและให้โอกาสผู้ป่วยได้เล่าความรู้สึกอย่างไม่ถูกวิจารณ์ ความอดทนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญกับความทุกข์นี้เพียงลำพัง สุดท้ายแล้ว PTSD ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยและไม่ใช่แค่เรื่องของใจที่คิดมากเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาวะทางสมองและจิตใจที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กลับมาเป็นปกติได้จริงๆ

ค้นหา ·
อาการผู้ป่วยจิตเวช

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ติ๋ว 102
ติ๋ว 102

คล้ายแพนิคไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(2)