糖尿病だ。。 脚を切り落とせ!
เวลาได้ยินคำว่า “เบาหวานตัดขา” หลายคนจะกลัวมาก แต่จริง ๆ แล้วมันมักเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่าง “แผลพุพอง/ถลอกที่เท้า” แล้วปล่อยไว้จนลุกลามค่ะ โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานนาน ๆ จะมีโอกาสเกิด “เบาหวานลงเท้า” ได้ง่าย เพราะเส้นประสาทเสื่อมทำให้เจ็บน้อยลง เดินทับแผลซ้ำโดยไม่รู้ตัว แถมหลอดเลือดตีบทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายเท้าน้อย แผลเลยหายช้าและติดเชื้อง่าย สัญญาณที่เจอบ่อยในแผลเบาหวานที่เท้า/ขา - แผลไม่หายเกิน 1–2 สัปดาห์ หรือยิ่งนานยิ่งกว้าง/ลึก - มีตุ่มพุพอง หนังถลอก แล้วแตกเป็นแผล - แผลมีกลิ่น มีหนอง น้ำเหลืองเยอะ หรือรอบแผลบวมแดงร้อน - สีผิวรอบแผลคล้ำลง หรือเริ่มมี “แผลดำ” คล้ายเนื้อตาย (อันนี้น่ากังวลมาก) - ชาปลายเท้า รู้สึกเหมือนเดินบนสำลี/หินกรวด แต่ไม่ค่อยเจ็บ - ปลายเท้าเย็น ชีพจรหลังเท้าคลำเบา สีเท้าซีดหรือคล้ำผิดปกติ ทำไมแผลเบาหวานถึงลามจนต้องตัดขา? หลัก ๆ คือ “ติดเชื้อ + เลือดไปเลี้ยงไม่พอ” พอเชื้อกินลึกถึงชั้นเอ็น/กระดูก หรือเกิดเนื้อตายสีดำ การรักษาจะยากขึ้นมาก บางรายต้องผ่าตัดเอาเนื้อที่ตายออก (debridement) หลายครั้ง ถ้าเลือดไปเลี้ยงไม่ได้จริง ๆ หรือมีการติดเชื้อรุนแรงจนเสี่ยงลามเข้ากระแสเลือด คุณหมออาจจำเป็นต้องตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อหยุดการลุกลามและรักษาชีวิตค่ะ ดูแลแผลที่เท้าเบาหวานแบบที่ช่วยลดความเสี่ยง 1) ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ/วัสดุปิดแผลที่สะอาด หลีกเลี่ยงแช่เท้านาน ๆ เพราะผิวเปื่อยง่าย 2) งดเดินลงน้ำหนักบริเวณแผลเท่าที่ทำได้ ใส่รองเท้านิ่มพอดีเท้า ไม่คับ ไม่กัด (สำคัญมาก เพราะเดินทับแผลคือทำให้แผลไม่หาย) 3) เช็กเท้าทุกวัน: ซอกนิ้ว ฝ่าเท้า ส้นเท้า หากก้มลำบากให้ใช้กระจกช่วยส่อง 4) คุมระดับน้ำตาล ความดัน ไขมัน และงดบุหรี่ เพราะมีผลกับการไหลเวียนเลือดและการหายของแผล 5) อย่าแกะหนังด้าน/ตาปลาเอง และหลีกเลี่ยงการใช้ยากัด/สมุนไพรพอกแผลแบบไม่รู้แหล่งที่มา เพราะเสี่ยงไหม้และติดเชื้อ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีถ้าเจอแบบนี้ - แผลดำ เนื้อตาย - มีไข้ หนาวสั่น ปวดบวมแดงลามเร็ว - แผลลึก เห็นเนื้อ/เอ็น หรือสงสัยโดนของมีคมแทงแล้วไม่รู้ตัว - แผลมีกลิ่นแรง หนองมาก หรือปวดมากผิดปกติ ถ้ากำลังมีแผลที่เท้าและเป็นเบาหวาน อย่ารอให้ “แผลไม่หาย” หลายสัปดาห์นะคะ ไปประเมินเร็ว โอกาสหายโดยไม่ลามถึงการติดเชื้อรุนแรงจะสูงขึ้นมาก























