🕐อดอาหาร 72 ชม. ทำ1ครั้งต่อปี ดีจริงไหม ? 💭🧐🍲
#bettermeclinic #คุณหมอชัญญาbettermeclinic #bettermeclinicbydrchanya #สุขภาพดี
เวลาเห็นคนรีวิว “fasting 72 hours” หรือ IF 72 ชั่วโมง (อดอาหาร 3 วัน) หลายคนจะสงสัยเหมือนกันว่า “ทำปีละครั้งดีไหม” และจริง ๆ แล้วคนเราอดข้าวได้กี่วัน คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ คนส่วนใหญ่ “อยู่ได้หลายวัน” เพราะร่างกายมีระบบสำรองพลังงาน แต่ “อยู่ได้” ไม่เท่ากับ “เหมาะกับทุกคน” และการทำให้ปลอดภัยสำคัญกว่าการทำให้ครบชั่วโมง จากที่ฉันลองศึกษาข้อมูลและคุยกับคนที่ทำจริง ๆ กลไกที่มักถูกพูดถึงจะเป็นไทม์ไลน์ประมาณนี้ - 0–12 ชม.: ร่างกายยังใช้กลูโคส/ไกลโคเจนที่เก็บไว้ บางคนหิวจัดช่วงนี้เพราะเป็นเวลาที่คุ้นเคยกับมื้ออาหาร - 12–24 ชม.: น้ำตาลในเลือดและไกลโคเจนเริ่มลดลง ความหิวอาจมาเป็นระลอก ๆ แต่บางคนเริ่ม “โล่งหัว” เพราะไม่ต้องคิดเรื่องอาหาร - 24–48 ชม.: เริ่มดึงไขมันมาใช้มากขึ้น บางคนจะรู้สึกหนาวง่าย อ่อนแรง หรือมึนหัวถ้าดื่มน้ำน้อย/เกลือแร่ไม่พอ - 48–72 ชม.: หลายคนบอกว่าเริ่ม “นิ่ง” ขึ้น ร่างกายใช้คีโตนมากขึ้น และมักจะมีคนพูดถึง Autophagy (การล้างเซลล์เก่า) ในช่วงนี้ แต่ผลลัพธ์จริง ๆ แตกต่างกันมากในแต่ละคน สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็น “จุดพลาด” ของมือใหม่คือคิดว่าอดอย่างเดียวพอ ทั้งที่ความเสี่ยงมักมาจากภาวะขาดน้ำและเสียสมดุลเกลือแร่ (เวียนหัว ใจสั่น ตะคริว) ถ้าจะลอง แนะนำให้โฟกัส 3 เรื่องนี้ 1) น้ำ + เกลือแร่: ดื่มน้ำสม่ำเสมอ และพิจารณาเกลือแร่แบบไม่มีน้ำตาล (ถ้าเหมาะกับตัวเอง) 2) สัญญาณอันตราย: หน้ามืดมาก ใจสั่น เหงื่อออกเยอะ สับสน อ่อนแรงผิดปกติ—ควรหยุดและกิน/พบแพทย์ 3) “การกลับมากิน” สำคัญมาก: อย่าเริ่มด้วยของมันจัด/หวานจัด ให้เริ่มมื้อเล็ก ๆ ย่อยง่าย เช่น ซุป ไข่ โปรตีนเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ แล้วทำ “ปีละครั้ง” ดีไหม? ถ้าร่างกายคุณแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และทำแบบมีแผน/มีวินัยเรื่องน้ำและเกลือแร่ บางคนก็ทำแล้วรู้สึกรีเซ็ตพฤติกรรมการกินได้ แต่ถ้าจุดประสงค์คือ “ลดน้ำหนัก” อย่างเดียว ฉันมองว่าการทำ IF แบบสั้นกว่า (เช่น 14/10 หรือ 16/8) ที่ทำได้ต่อเนื่อง มักยั่งยืนกว่า กลุ่มที่ควรเลี่ยงหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน ได้แก่ ผู้ที่มีเบาหวาน/ใช้ยาลดน้ำตาล ความดันที่ควบคุมด้วยยา โรคไต เก๊าท์ ตั้งครรภ์/ให้นม หรือมีประวัติการกินผิดปกติ เพราะการอดนานอาจทำให้ค่าน้ำตาลตกหรือเสียสมดุลได้ง่าย สรุป: IF 72 ชั่วโมง “ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ” และไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน ถ้าอยากลองจริง ๆ ให้เริ่มจากอดสั้น ๆ ก่อน สังเกตร่างกาย เช็คโรคประจำตัว และใช้วิจารณญาณกับรีวิวที่เห็นในออนไลน์



















































